เกือบหน้ามืดละ P8P67 ต่อไป
Announcement
Collapse
No announcement yet.
REVIEW: Lucid Virtu MVP Technology
Collapse
X
-
+ 10000000000000 แจ่มจังท่านพูดโดนใจผมมากมาย เพราะผมก็เสียเวลากับมันไป 2 วันเหมือนกันกว่าจะรู้ 555+Originally posted by ZoLKoRn View Postใครเก่งภาษาอังกฤษ ลองไปอ่านและทำความเข้าใจกับหลักการมันดูให้ดีนะครับ มันไม่ได้เป็นตัวเพิ่ม FPS แบบแท้ๆ แต่เป็นการจัดการ
ให้ค่า FPS มีความสัมพันธ์กับค่า Refresh ของจอภาพ แล้วก็ยังจะสามารถเพิ่มความเร็วรีเฟรสของจอในแบบเสมือนให้สูงขึ้นไป ที่ให้ไล่
ทันกับ fps ของเกมส์สำหรับคนที่มีการ์ดจอเทพๆ เพราะจอส่วนมากมันได้สุงสุดแถวๆ 60hz แต่คนที่มีการ์ดเทพสามารถปั่นเฟรมเรตเกมส์
ได้ 100+ ดังนั้นพอจะเปิดใช้ V-sync มันทำให้ภาพเป็นเส้นๆในแนวนอน เพราะ...
ค่ารีเฟรตจอตาม fps ของเกมส์ไม่ทัน ในขณะที่เกมส์รีเฟรตตัวเอง 100 เฟรมต่อวินาที แต่จอรีเฟรตตัวเองได้แค่ 60 ครั้งต่อวินาที
ถ้าคนที่เปิดใช้ V-sync มันก็จะทำให้ภาพที่ออกมามันขาดๆแหว่งๆเป็นเส้นๆตามแนวนอน เพราะทั้งคุ่รีเฟรตไม่พร้อมกัน
Lucid MVP ก็เข้ามาจัดการเรื่องนี้ โดยสามารถ Overdrive ที่เขาเรียกว่า Virtual V-Sync ที่หลอกให้จอเหมือนกับมีอัตรารีเฟรต
ขึ้นไปได้สูง 120hz+ ดังนั้นพอจอกับเกมส์รีเฟรตพร้อมกัน มันก็จะดูสมูทดูไหลลื่น ภาพไม่หน่วงๆ แต่...แท้ที่จริงแล้ว FPS ของเกมส์นะ
ยังเท่าเดิมตามที่การ์ดสามารถปั่นออกมาได้ แต่ที่บอกว่าทำให้ fps สุงขึ้นหรือเกมส์ไหลลื่นขึ้น คือผลสุทธิที่ตามนุษย์มองเห็น คือ
เวลาที่เราเล่นจริงมันดูว่าไหลลื่น
ใครที่มีจอหลายตัวใช้แบบ Eyefinity นะครับ ลองเปิดเกมส์ใน windows โหมดดูซักจอนึง แล้วเปิด GPUZ ไว้อีกจอ แล้วก็เลือก
GPUZ ไปที่หน้า Sensor ให้เปิด GPUZ 2 หน้าต่าง เอาทั้งการ์ดหลัก(การ์ดจอ)และ iGFX แล้วก็ลองดูเลยนะครับว่า เวลาเราใช้
MVP นั้น iGFX ไม่มีโหลดเลนสักนิด 0% ตลอดเวลาสำหรับคนที่ใช้ D-Mode นั่นแสดงว่า iGFX ไม่ได้เข้ามาช่วยประมวลผล
กราฟิกอะไรเลย มันยังทำงานในโหมด 2D เท่านั้น แต่มันจะไปทำหน้าที่อื่น คือจัดการพวก Traffic ของข้อมุลว่าช่วงไหนต้องไปไหน
จะต้องจ่ายให้การ์ดจอหลักเท่าไหร่ แล้วก็ข้อมูลอันไหน(ที่เป็นภาพแต่อาจจะไม่ไปขึ้นบนหน้าจอ)ก็จะไม่ส่งไปให้การ์ดจอทำงาน
จะได้ไม่หนักการ์ดจอ เลยทำให้ประหยัดเวลาไม่ต้องประมวลผลภาพเหล่านั้นรอไว้ และไปเปลืองพื้นที่ของแรมการ์ดจออีก มันเลยทำให้
เฟรมเรตของเกมส์อาจจะดีขึ้นเล็กน้อยจากจุดนี้นะครับ
ที่เหลือก็ลองพิจรณากันดูนะครับ...เอาเป็นว่าอย่าไปเห่อมากครับ แล้วก็ที่ผมไม่ทำบทความเรื่องนี้บอกตรงๆกับ เสียอารมณ์ นั่งเสีย
เวลาอยู่กับมัน 3 วันแต่ผลที่ออกมาก้น่าจะรู้นะครับ พูดตรงๆครับว่ามีแค่ 3D11 กับ Vantage เท่านั้นที่บอกได้ว่าเจ๋ง ที่เหลือ...
Source : CLICK



Comment
-
ถ้าเราใช้กับการ์ดจอรุ่นสูง ๆ อย่างเช่น ATI HD5970 ใช่เล่น Internet เวลามันสลับมาใช้ iGFX มันประหยัดไฟกว่าปกติไหมครับOriginally posted by ZoLKoRn View Postใครเก่งภาษาอังกฤษ ลองไปอ่านและทำความเข้าใจกับหลักการมันดูให้ดีนะครับ มันไม่ได้เป็นตัวเพิ่ม FPS แบบแท้ๆ แต่เป็นการจัดการ
ให้ค่า FPS มีความสัมพันธ์กับค่า Refresh ของจอภาพ แล้วก็ยังจะสามารถเพิ่มความเร็วรีเฟรสของจอในแบบเสมือนให้สูงขึ้นไป ที่ให้ไล่
ทันกับ fps ของเกมส์สำหรับคนที่มีการ์ดจอเทพๆ เพราะจอส่วนมากมันได้สุงสุดแถวๆ 60hz แต่คนที่มีการ์ดเทพสามารถปั่นเฟรมเรตเกมส์
ได้ 100+ ดังนั้นพอจะเปิดใช้ V-sync มันทำให้ภาพเป็นเส้นๆในแนวนอน เพราะ...
ค่ารีเฟรตจอตาม fps ของเกมส์ไม่ทัน ในขณะที่เกมส์รีเฟรตตัวเอง 100 เฟรมต่อวินาที แต่จอรีเฟรตตัวเองได้แค่ 60 ครั้งต่อวินาที
ถ้าคนที่เปิดใช้ V-sync มันก็จะทำให้ภาพที่ออกมามันขาดๆแหว่งๆเป็นเส้นๆตามแนวนอน เพราะทั้งคุ่รีเฟรตไม่พร้อมกัน
Lucid MVP ก็เข้ามาจัดการเรื่องนี้ โดยสามารถ Overdrive ที่เขาเรียกว่า Virtual V-Sync ที่หลอกให้จอเหมือนกับมีอัตรารีเฟรต
ขึ้นไปได้สูง 120hz+ ดังนั้นพอจอกับเกมส์รีเฟรตพร้อมกัน มันก็จะดูสมูทดูไหลลื่น ภาพไม่หน่วงๆ แต่...แท้ที่จริงแล้ว FPS ของเกมส์นะ
ยังเท่าเดิมตามที่การ์ดสามารถปั่นออกมาได้ แต่ที่บอกว่าทำให้ fps สุงขึ้นหรือเกมส์ไหลลื่นขึ้น คือผลสุทธิที่ตามนุษย์มองเห็น คือ
เวลาที่เราเล่นจริงมันดูว่าไหลลื่น
ใครที่มีจอหลายตัวใช้แบบ Eyefinity นะครับ ลองเปิดเกมส์ใน windows โหมดดูซักจอนึง แล้วเปิด GPUZ ไว้อีกจอ แล้วก็เลือก
GPUZ ไปที่หน้า Sensor ให้เปิด GPUZ 2 หน้าต่าง เอาทั้งการ์ดหลัก(การ์ดจอ)และ iGFX แล้วก็ลองดูเลยนะครับว่า เวลาเราใช้
MVP นั้น iGFX ไม่มีโหลดเลนสักนิด 0% ตลอดเวลาสำหรับคนที่ใช้ D-Mode นั่นแสดงว่า iGFX ไม่ได้เข้ามาช่วยประมวลผล
กราฟิกอะไรเลย มันยังทำงานในโหมด 2D เท่านั้น แต่มันจะไปทำหน้าที่อื่น คือจัดการพวก Traffic ของข้อมุลว่าช่วงไหนต้องไปไหน
จะต้องจ่ายให้การ์ดจอหลักเท่าไหร่ แล้วก็ข้อมูลอันไหน(ที่เป็นภาพแต่อาจจะไม่ไปขึ้นบนหน้าจอ)ก็จะไม่ส่งไปให้การ์ดจอทำงาน
จะได้ไม่หนักการ์ดจอ เลยทำให้ประหยัดเวลาไม่ต้องประมวลผลภาพเหล่านั้นรอไว้ และไปเปลืองพื้นที่ของแรมการ์ดจออีก มันเลยทำให้
เฟรมเรตของเกมส์อาจจะดีขึ้นเล็กน้อยจากจุดนี้นะครับ
ที่เหลือก็ลองพิจรณากันดูนะครับ...เอาเป็นว่าอย่าไปเห่อมากครับ แล้วก็ที่ผมไม่ทำบทความเรื่องนี้บอกตรงๆกับ เสียอารมณ์ นั่งเสีย
เวลาอยู่กับมัน 3 วันแต่ผลที่ออกมาก้น่าจะรู้นะครับ พูดตรงๆครับว่ามีแค่ 3D11 กับ Vantage เท่านั้นที่บอกได้ว่าเจ๋ง ที่เหลือ...
Source : CLICK



ผมชอบ Virtu MVP ก็เพราะมันไม่ต้องถอดการ์ดจอเข้า หรือ ออกเวลาสลับกันใช้นี่แหละครับ
ส่วนเรื่องเฟรมเรตผมไม่สนใจ มีการ์ดจอแรงอยู่แล้ว
ง่าย ๆ คือ สนใจเรื่องเล่น Internet ประหยัดไฟแบบไม่ต้องถอดการ์ดจอ ส่วนเวลาเล่นเกมส์อยากกินไฟก็กินไป แบบนี้อ่ะครับ
ถ้าผมต้องการประมาณนี้ Virtu MVP น่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายใช่ไหมครับ
Comment
-
ยังไงก้ยังต้องถอดเข้าถอดออกอยู่ดีครับ เพราะแม้ว่า Virtu MVP เพิ่ม D Mode (ต่อจอจากการ์ด) แต่ถ้าเราจะใช้งานเหมือนที่ท่านว่านั้นOriginally posted by Comscience2k View Postถ้าเราใช้กับการ์ดจอรุ่นสูง ๆ อย่างเช่น ATI HD5970 ใช่เล่น Internet เวลามันสลับมาใช้ iGFX มันประหยัดไฟกว่าปกติไหมครับ
ผมชอบ Virtu MVP ก็เพราะมันไม่ต้องถอดการ์ดจอเข้า หรือ ออกเวลาสลับกันใช้นี่แหละครับ
ส่วนเรื่องเฟรมเรตผมไม่สนใจ มีการ์ดจอแรงอยู่แล้ว
ง่าย ๆ คือ สนใจเรื่องเล่น Internet ประหยัดไฟแบบไม่ต้องถอดการ์ดจอ ส่วนเวลาเล่นเกมส์อยากกินไฟก็กินไป แบบนี้อ่ะครับ
ถ้าผมต้องการประมาณนี้ Virtu MVP น่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายใช่ไหมครับ
เมื่อเราต่อจอจากการ์ดจอ แน่นอนว่าการ์ดจอก็ยังทำงานอยู่ ไม่มีทางปิดการ์ดจอไปในโหมด Sleep ได้ครับ เว้นแต่จะต่อสายจอเข้ากับเมนบอร์ด
I Mode ซึ่งเราสามารถปิดการ์ดจอไม่ให้ทำงานได้
ส่วนข้อดีที่เห็นชัดที่สุดของ Virtu MVP ตอนนี้ผมคงเห็นว่าเป็นฟังก์ชัน Quick Sync ล่ะครับ ที่เราไม่ต้องถอดสายไปมา เพราะการใช้งานในแบบ
D Mode แต่พอเราจะบีบอัดหรือแปลงไฟล์ vdo มันก็จะไปสั่งให้ iGFX เข้ามาช่วยทำงานได้ครับ อันนี้แหละครับคือข้อดีที่ชัดเจนที่สุดของ MVP
Comment
-
ตามนั้นเลยครับOriginally posted by ZoLKoRn View Postยังไงก้ยังต้องถอดเข้าถอดออกอยู่ดีครับ เพราะแม้ว่า Virtu MVP เพิ่ม D Mode (ต่อจอจากการ์ด) แต่ถ้าเราจะใช้งานเหมือนที่ท่านว่านั้น
เมื่อเราต่อจอจากการ์ดจอ แน่นอนว่าการ์ดจอก็ยังทำงานอยู่ ไม่มีทางปิดการ์ดจอไปในโหมด Sleep ได้ครับ เว้นแต่จะต่อสายจอเข้ากับเมนบอร์ด
I Mode ซึ่งเราสามารถปิดการ์ดจอไม่ให้ทำงานได้
ส่วนข้อดีที่เห็นชัดที่สุดของ Virtu MVP ตอนนี้ผมคงเห็นว่าเป็นฟังก์ชัน Quick Sync ล่ะครับ ที่เราไม่ต้องถอดสายไปมา เพราะการใช้งานในแบบ
D Mode แต่พอเราจะบีบอัดหรือแปลงไฟล์ vdo มันก็จะไปสั่งให้ iGFX เข้ามาช่วยทำงานได้ครับ อันนี้แหละครับคือข้อดีที่ชัดเจนที่สุดของ MVP
Comment
-
อ่า...แจ่มเลยครับงั้น ก็ไม่ต้องไปวุ่นวายกับ MVP อันนี้ไม่เคยลอง ขอบคุณที่มาบอกกล่าวนะครับท่านเรือรบOriginally posted by battlecruiser View Postvirtu ธรรมดา ก็ quick sync บน d mode ได้ครับ สังเกตุได้ว่า list โปรแกรม จากเกมส์ กลายเป็น โปรแกรมแปลงหนังทั้งหมด

ส่วน i mode นี่ kak ตั้งแต่สีเลย ปรับก็ปรับไม่ได้ ต่อให้แรงขนาดใหนก็ไม่เอา สีของ intel onboard noway
Comment







Comment