Sandy Bridge NEW 2011 LGA 1356 และ LGA 2011
(จากผู้เขียน)ในตอนแรกผมตั้งใจที่จะตั้งใน New Zone แต่เพราะกระทู้ตกเร็วมาก สุดท้าย
ผมก็เลยจับรวมให้มันมาอยู่ในกระทู้ของอินเทลดูจะสะดวกกว่าหากใครต้องการอ่านข้อมูล
เกี่ยวกับซีพียูของอินเทล ซึ่งบทความที่ท่านอ่านอยู่นี้ เป็นบทความที่ใช้การรวบรวมข้อมูลจาก
แหล่งต่างๆ และเนื่องจากข้อมูลที่รวบรวมมานั้นเยอะมา หากเอามาลงคงจะต้องตั้งกันหลายกระทู้
ซึ่งก็ทำให้เปลืองเนื้อที่และหนักเว็บเปล่าๆ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเขียนบทความขึ้นมาใหม่โดยอ้างอิงจาก
ข้อมูลที่ได้รวบรวมมา จากเว็บต่างๆ อย่างไรก็ดีหากบทความชุดนี้มีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดประการ
ใดก็ขอประทานอภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
การเชื่อมต่อที่เปลี่ยนไปของ CPU และ PCI ใน Sandy Bridge
สำหรับใน Sandy Bridge นอกจากการสถาปัตยกรรมและชุดคำสั่งที่ใหม่ๆแล้ว สิ่งที่น่าสนใจ
ที่สุดไม่แพ้กันก็คือ ซ็อกเก็ตตัวใหม่ใน Sandy Bridge รุ่นระดับสูงอย่าง Socket B2 LGA
1356 และ Socket R - LGA 2011 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่เพียงซ็อกเก็ตอย่างเดียว
เท่านั้น แต่ยังได้มีการพัฒนารูปแบบเชื่อมต่อลิงค์ข้อมูล PCIe สล๊อต ให้วิ่งเข้าไปสู่ CPU โดยตรงใน Sandy Bridge
เดิมนั้นซีพียูระดับสูงอย่างสถาปัตกรรม เนฮาเลม และ กัฟทาวน์ จะเป็นลักษณะ 3 chip
(CPU + Northbridge + Southbridge) คือ การเชื่อมต่อระหว่าง CPU และสล๊อต PCIe
จำเป็นที่จะต้องมีชิปเซ็ทตัวกลาง (หรือที่เรียกว่า Northbridge) หรือชิป X 58 คอยทำหน้าที่
สเหมือนฮับความเร็วสูงที่เชื่อมโยงข้อมูลไปมาระหว่างกัน
แต่ว่าในซีพียูสถาปัตกรรม Sandy Bridge รุ่นระดับสูงนี้นั้นได้มีเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญโดย
ได้ย้าย Northbridge ซึ่งใช้ควบคุมสล๊อต PCIe เข้าไปรวมในไดของซีพียูโดยตรง
ผลที่ได้ก็คือความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่สูงขึ้นระหว่าง CPU และสล๊อต PCIe
(ส่วนในรุ่นระดับกลางอย่าง Sandy Bridge LGA 1155 จะไม่ขอพูดถึง
เนื่องจากเจ้านั้นได้ทำการย้าย Northbridge เข้ามาในซีพียูตั้งแต่ตระกูล Lynnfield มาก่อนรุ่นพี่
นานแล้ว)
Sandy Bridge H2 Socket ( LGA 1155 ) และ
Sandy Bridge Socket B2 ( LGA 1356 ) - 1 Socket (รูปขวามือ)

Sandy Bridge Socket B2 ( LGA 1356 ) และ
Sandy Bridge Socket R - 2 Socket (รูปขวามือ)

Sandy Bridge Socket R ( LGA 2011 ) (รูปขวามือ)

แน่นอนว่าในอนาคต สถาปัตยากรรมซีพียูของอินเทลในรุ่นถัดๆไปไม่ว่าจะเป็นรุ่นระดับล่าง
ระดับกลาง หรือระดับสูง ก็จะเข้าสู่ยุค 2 chip (CPU + Cougar Point PCH) อย่างเต็มตัว
แต่คำถามที่สำคัญกว่าก็คือ ในเมื่อย้ายส่วนควบคุม PCIe เข้าไปในซีพียูแล้ว ชิปเซ็ทตัวกลางก็คง
ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีอีกต่อไป แล้วชื่อในตระกูล X ซึ่งเป็นชิปเซ็ทรุ่นระดับสูงของอินเทล
มันจะหายไปหรือเปล่า...คำตอบส่วนตัวของผมคิดว่าไม่ เพียงแต่อินเทลอาจจะเอาชื่อไปตั้ง
ในชิปตัวใหม่อย่าง Cougar Point PCH (จะว่าไปแล้วมันก็คือ Southbridge ดีๆนี่เอง)
โดยเจ้าชิปตัวนี้จะทำหน้าที่ควบคุมพวก USB, LAN, SATA แลน รวมไปถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อ
ตัวอื่นๆ โดยทางอินเทลอาจจะใช้ชื่อว่า X 68 PCH
ข็อกเก็ตตัวใหม่ (New Socket)

Sandy Bridge H2 Socket ( LGA 1155 )
Sandy Bridge H2 จะแบ่งออกเป็นรุ่น 4 Core และรุ่น 2 Core สำหรับในตลาดระดับกลาง
และ ตลาดระดับล่าง โดย Sandy Bridge H2 จะสนับสนุนแรม DDR 3 บัส 1066 - 1333 แบบสองช่อง
ทาง หน่วยความจำซีพียูแบบ L3 ขนาด 6 หรือ 8 MB โดยจะมีคอร์กราฟิกรวมอยู่ในไดเดียวกันกับ
คอร์ประมวลผล ( คอร์กราฟิกจะมีเฉพาะรุ่น LGA 1155 เท่านั้น) ความเร็วซีพียูจะมีตั้งแต่ 2.66
จนถึง 3.00 โดยจะแบ่งออกเป็นสองรุ่น คือ DT และ MB
Sandy Bridge H2 - DT เป็นซีพียูสำหรับตลาด
เดสท็อประดับกลางจนถึงระดับล่าง รวมไปถึงเซิฟเวอร์ระดับพื้นฐาน สำหรับในรุ่นของเซิฟเวอร์นั้น
จะใช้ชื่อ Xeon และรองรับ PCIe ได้ถึง 20 เลน นอกนั้นสเปกซีพียูจะเหมือนกันหมด
เปิดตัวอยู่ในช่วงต้นปี 2011 (Q 1 - 2011)
Sandy Bridge H2 MB เป็นซีพียูรุ่นสำหรับตลาดโน้ตบุ๊ก
สเปกโดยรวมจะเหมือนกับเดสท็อปทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องอัตราการใช้พลังงานในรุ่นโมบา
จะกินไฟน้อยกว่าปกติ คืออยู่ที่ 20 45 W เท่านั้น กำหนดเปิดตัวอยู่ในช่วง
ต้นปี 2011 (Q 1 - 2011)
Sandy Bridge Socket B2 ( LGA 1356 )

LGA 1356 เป็นช็อกเก็ตตัวใหม่ ที่จะมาแทนที่ 1366 ตัวเดิม (ในตอนแรกนั้นใช้ชื่อว่า 136X
ไปๆมาๆก็เปลี่ยนมาเป็น LGA 1356 ) โดยใน Sandy Bridge Socket B2
สนับสนุนแรม DDR 3 บัส 1066 - 1600 แบบสามช่องทางต่อหนึ่งซีพียู หน่วยความจำซีพียูแบบ
L3 ขนาด 15 MB ในรุ่น 6 Core /12 Threads และ 20 MB สำหรับในรุ่น 8 Core /16
Threads มีลิงค์ QPI อยู่ 1 เส้น สำหรับเชื่อมกับซีพียูอีกตัว (ลิงค์ QPI จะใช้ได้เฉพาะ
เมนบอร์ดแบบ 2 ช็อกเก็ตเท่านั้น) โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือรุ่น XE และ EN
Sandy Bridge B2 XE เป็นรุ่นสำหรับคอมพิวเตอร์
เดสท็อประดับสูงแบบซ็อกเก็ตเดี่ยว มีคอร์ประมวลผลเริ่มต้นที่ 6 / 12 Threads และ 8 /16
Threads ตามลำดับ กำหนดวางตลาดในช่วงกลางปี 2011 (Q 3 - 2011)
Sandy Bridge B2 EN เป็นรุ่นสำหรับเครื่องเซิฟเวอร์
ระดับกลาง ตั้งแต่ 1 2 ช็อกเก็ต โดยจะใช้ชื่อว่า Xeon - EN มีคอร์ประมวลผลตั้งแต่
2 Core / 4 Threads, 4 Core /8 Threads, 6 Core /12 Threads และท้ายสุด
8 Core /16 Threads กำหนดเปิดตัวในช่วงปลายปี 2011 (Q 4 - 2011)
Sandy Bridge Socket R ( LGA 2011 )

สำหรับ LGA 2011 เป็นซ็อกเก็ตตัวใหม่สำหรับในเครื่องเซิฟเวอร์ระดับสูง นอกจากขนาดที่ใหญ่และ
จำนวนพินที่เยอะขึ้นกว่าเท่าตัว ซึ่งนั้นก็หมายความว่าซีพียูต้องมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเป็นเงาตามตัว เหตุที่
ซีพียูและช็อกเก็ตต้องมีขนาดใหญ่ขึ้นเนื่องจาก Sandy Bridge Socket R สนับสนุนแรม DDR 3
บัส 800 - 1600 แบบ 4 ช่องทาง และสนับสนุนการเชื่อมต่อ PCIe ได้ถึง 40 เลน ต่อหนึ่งซีพียู มี L3
ขนาด 20 MB มีลิงค์ QPI อยู่ถึง 2 เส้นสำหรับเชื่อมกับซีพียูอีกตัว ตัวซีพียูมีอัตราในการกินพลังงาน
อยู่ที่ 80 w, 95w, 130w จนถึงสูงสุดที่ 150 w โดยจำนวนการใช้ไฟจะขึ้นอยู่ตามจำนวนคอร์และ
ความเร็วของซีพียู โดยจะมีคอร์ประมวลผลตั้งแต่ 4 Core /8 Threads, 6 Core /12 Threads
และ 8 Core /16 Threads ตามลำดับ
Sandy Bridge Socket R เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้หน่วยความจำเยอะๆและการประมวลผล
ที่ทรงพลังมากเป็นพิเศษ สำหรับ Sandy Bridge Socket R จะแบ่งออกเป็นสองรุ่นคือ รุ่น EP
และ EX
Sandy Bridge R EP เป็นซีพียูสำหรับเครื่องเซิฟเวอร์ระดับสูง
สำหรับ 1 - 2 ซ็อกเก็ต และใช้ชื่อว่า Xeon EP กำหนดเปิดตัวในช่วงกลางปี 2011 (Q 3 -
2011)
Sandy Bridge R EX เป็นซีพียูระดับสูงที่ใช้กับเมนบอร์ดระดับ
ไฮเฮน์แบบ 4 ซ็อกเก็ตขึ้นไป มีคอร์ประมวลผลเริ่มต้นที่ 8 Core และเมื่อติดตั้งซีพียู 4 ตัว ก็จะ
สามารถรองรับ PCIe ได้ถึง 160 เลน กำหนดเปิดตัวในช่วงปลายปี 2011 (Q 4 - 2011)
สรุป
ส่งท้ายสำหรับข้อมูลอัพเดต แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลบางอย่างก็ยังไม่ยืนยันว่าชัวร์หรือไม่ โดยเฉพาะ
เรื่องช็อกเก็ตที่จะมาแทน 1366 บางเว็บก็บอกว่าซ็อกเก็ตสำหรับเดสท็อประดับสูงจะเป็น LGA 1356
แต่อีกเว็บกลับบอกว่าเป็น LGA 2011 ซึ่งหากเป็น LGA 2011 จริงๆนั่นหมายความว่าเมนบอร์ดจะ
ต้องมีขนาดที่ใหญ่มากขึ้น (และราคาก็มากขึ้นตาม ลำพังแค่ 1366 ก็ยังหาคนซื้อค่อนข้างยาก
เนื่องจากราคาที่สูง) เพราะต้องอย่าลืมว่าตัวซ็อกเก็ต LGA 2011 นั้นต้องใช้แรม DDR 3
แบบ 4 แถวขึ้นไป ก็หมายความว่าบอร์ดจะต้องมีสล๊อตใส่แรมมากถึง 8 แถว

และหลังจากสถาปัตยกรรม Sandy Bridge ซีพียูรุ่นถัดไปที่จะออกในปี 2012 ก็คือ
Ivy Bridge ซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยีขนาด 22 นาโนเมตร และในปี 2013 ก็จะมีซีพียู
สถาปัตยกรรมตัวใหม่ซึ่งมีการออกแบบโครงสร้างแคชและหน่วยประมวลผลใหม่ทั้งหมด โดยใช้ชื่อว่า
Haswell และในปี 2014 เราก็จะมีซีพียูที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 15 นาโนเมตร ในชื่อ Rockwel
ข้อมูลอ้างอิงบางส่วน
- http://wapedia.mobi/en/Sandy_Bridge_...rchitecture%29
- http://en.wikipedia.org/wiki/Sandy_B...rchitecture%29
(จากผู้เขียน)ในตอนแรกผมตั้งใจที่จะตั้งใน New Zone แต่เพราะกระทู้ตกเร็วมาก สุดท้าย
ผมก็เลยจับรวมให้มันมาอยู่ในกระทู้ของอินเทลดูจะสะดวกกว่าหากใครต้องการอ่านข้อมูล
เกี่ยวกับซีพียูของอินเทล ซึ่งบทความที่ท่านอ่านอยู่นี้ เป็นบทความที่ใช้การรวบรวมข้อมูลจาก
แหล่งต่างๆ และเนื่องจากข้อมูลที่รวบรวมมานั้นเยอะมา หากเอามาลงคงจะต้องตั้งกันหลายกระทู้
ซึ่งก็ทำให้เปลืองเนื้อที่และหนักเว็บเปล่าๆ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเขียนบทความขึ้นมาใหม่โดยอ้างอิงจาก
ข้อมูลที่ได้รวบรวมมา จากเว็บต่างๆ อย่างไรก็ดีหากบทความชุดนี้มีข้อบกพร่องหรือผิดพลาดประการ
ใดก็ขอประทานอภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
การเชื่อมต่อที่เปลี่ยนไปของ CPU และ PCI ใน Sandy Bridge
สำหรับใน Sandy Bridge นอกจากการสถาปัตยกรรมและชุดคำสั่งที่ใหม่ๆแล้ว สิ่งที่น่าสนใจ
ที่สุดไม่แพ้กันก็คือ ซ็อกเก็ตตัวใหม่ใน Sandy Bridge รุ่นระดับสูงอย่าง Socket B2 LGA
1356 และ Socket R - LGA 2011 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่เพียงซ็อกเก็ตอย่างเดียว
เท่านั้น แต่ยังได้มีการพัฒนารูปแบบเชื่อมต่อลิงค์ข้อมูล PCIe สล๊อต ให้วิ่งเข้าไปสู่ CPU โดยตรงใน Sandy Bridge
เดิมนั้นซีพียูระดับสูงอย่างสถาปัตกรรม เนฮาเลม และ กัฟทาวน์ จะเป็นลักษณะ 3 chip
(CPU + Northbridge + Southbridge) คือ การเชื่อมต่อระหว่าง CPU และสล๊อต PCIe
จำเป็นที่จะต้องมีชิปเซ็ทตัวกลาง (หรือที่เรียกว่า Northbridge) หรือชิป X 58 คอยทำหน้าที่
สเหมือนฮับความเร็วสูงที่เชื่อมโยงข้อมูลไปมาระหว่างกัน
แต่ว่าในซีพียูสถาปัตกรรม Sandy Bridge รุ่นระดับสูงนี้นั้นได้มีเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญโดย
ได้ย้าย Northbridge ซึ่งใช้ควบคุมสล๊อต PCIe เข้าไปรวมในไดของซีพียูโดยตรง
ผลที่ได้ก็คือความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่สูงขึ้นระหว่าง CPU และสล๊อต PCIe
(ส่วนในรุ่นระดับกลางอย่าง Sandy Bridge LGA 1155 จะไม่ขอพูดถึง
เนื่องจากเจ้านั้นได้ทำการย้าย Northbridge เข้ามาในซีพียูตั้งแต่ตระกูล Lynnfield มาก่อนรุ่นพี่
นานแล้ว)
Sandy Bridge H2 Socket ( LGA 1155 ) และ
Sandy Bridge Socket B2 ( LGA 1356 ) - 1 Socket (รูปขวามือ)

Sandy Bridge Socket B2 ( LGA 1356 ) และ
Sandy Bridge Socket R - 2 Socket (รูปขวามือ)

Sandy Bridge Socket R ( LGA 2011 ) (รูปขวามือ)

แน่นอนว่าในอนาคต สถาปัตยากรรมซีพียูของอินเทลในรุ่นถัดๆไปไม่ว่าจะเป็นรุ่นระดับล่าง
ระดับกลาง หรือระดับสูง ก็จะเข้าสู่ยุค 2 chip (CPU + Cougar Point PCH) อย่างเต็มตัว
แต่คำถามที่สำคัญกว่าก็คือ ในเมื่อย้ายส่วนควบคุม PCIe เข้าไปในซีพียูแล้ว ชิปเซ็ทตัวกลางก็คง
ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีอีกต่อไป แล้วชื่อในตระกูล X ซึ่งเป็นชิปเซ็ทรุ่นระดับสูงของอินเทล
มันจะหายไปหรือเปล่า...คำตอบส่วนตัวของผมคิดว่าไม่ เพียงแต่อินเทลอาจจะเอาชื่อไปตั้ง
ในชิปตัวใหม่อย่าง Cougar Point PCH (จะว่าไปแล้วมันก็คือ Southbridge ดีๆนี่เอง)
โดยเจ้าชิปตัวนี้จะทำหน้าที่ควบคุมพวก USB, LAN, SATA แลน รวมไปถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อ
ตัวอื่นๆ โดยทางอินเทลอาจจะใช้ชื่อว่า X 68 PCH
ข็อกเก็ตตัวใหม่ (New Socket)

Sandy Bridge H2 Socket ( LGA 1155 )
Sandy Bridge H2 จะแบ่งออกเป็นรุ่น 4 Core และรุ่น 2 Core สำหรับในตลาดระดับกลาง
และ ตลาดระดับล่าง โดย Sandy Bridge H2 จะสนับสนุนแรม DDR 3 บัส 1066 - 1333 แบบสองช่อง
ทาง หน่วยความจำซีพียูแบบ L3 ขนาด 6 หรือ 8 MB โดยจะมีคอร์กราฟิกรวมอยู่ในไดเดียวกันกับ
คอร์ประมวลผล ( คอร์กราฟิกจะมีเฉพาะรุ่น LGA 1155 เท่านั้น) ความเร็วซีพียูจะมีตั้งแต่ 2.66
จนถึง 3.00 โดยจะแบ่งออกเป็นสองรุ่น คือ DT และ MB
Sandy Bridge H2 - DT เป็นซีพียูสำหรับตลาด
เดสท็อประดับกลางจนถึงระดับล่าง รวมไปถึงเซิฟเวอร์ระดับพื้นฐาน สำหรับในรุ่นของเซิฟเวอร์นั้น
จะใช้ชื่อ Xeon และรองรับ PCIe ได้ถึง 20 เลน นอกนั้นสเปกซีพียูจะเหมือนกันหมด
เปิดตัวอยู่ในช่วงต้นปี 2011 (Q 1 - 2011)
Sandy Bridge H2 MB เป็นซีพียูรุ่นสำหรับตลาดโน้ตบุ๊ก
สเปกโดยรวมจะเหมือนกับเดสท็อปทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องอัตราการใช้พลังงานในรุ่นโมบา
จะกินไฟน้อยกว่าปกติ คืออยู่ที่ 20 45 W เท่านั้น กำหนดเปิดตัวอยู่ในช่วง
ต้นปี 2011 (Q 1 - 2011)
Sandy Bridge Socket B2 ( LGA 1356 )

LGA 1356 เป็นช็อกเก็ตตัวใหม่ ที่จะมาแทนที่ 1366 ตัวเดิม (ในตอนแรกนั้นใช้ชื่อว่า 136X
ไปๆมาๆก็เปลี่ยนมาเป็น LGA 1356 ) โดยใน Sandy Bridge Socket B2
สนับสนุนแรม DDR 3 บัส 1066 - 1600 แบบสามช่องทางต่อหนึ่งซีพียู หน่วยความจำซีพียูแบบ
L3 ขนาด 15 MB ในรุ่น 6 Core /12 Threads และ 20 MB สำหรับในรุ่น 8 Core /16
Threads มีลิงค์ QPI อยู่ 1 เส้น สำหรับเชื่อมกับซีพียูอีกตัว (ลิงค์ QPI จะใช้ได้เฉพาะ
เมนบอร์ดแบบ 2 ช็อกเก็ตเท่านั้น) โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือรุ่น XE และ EN
Sandy Bridge B2 XE เป็นรุ่นสำหรับคอมพิวเตอร์
เดสท็อประดับสูงแบบซ็อกเก็ตเดี่ยว มีคอร์ประมวลผลเริ่มต้นที่ 6 / 12 Threads และ 8 /16
Threads ตามลำดับ กำหนดวางตลาดในช่วงกลางปี 2011 (Q 3 - 2011)
Sandy Bridge B2 EN เป็นรุ่นสำหรับเครื่องเซิฟเวอร์
ระดับกลาง ตั้งแต่ 1 2 ช็อกเก็ต โดยจะใช้ชื่อว่า Xeon - EN มีคอร์ประมวลผลตั้งแต่
2 Core / 4 Threads, 4 Core /8 Threads, 6 Core /12 Threads และท้ายสุด
8 Core /16 Threads กำหนดเปิดตัวในช่วงปลายปี 2011 (Q 4 - 2011)
Sandy Bridge Socket R ( LGA 2011 )

สำหรับ LGA 2011 เป็นซ็อกเก็ตตัวใหม่สำหรับในเครื่องเซิฟเวอร์ระดับสูง นอกจากขนาดที่ใหญ่และ
จำนวนพินที่เยอะขึ้นกว่าเท่าตัว ซึ่งนั้นก็หมายความว่าซีพียูต้องมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเป็นเงาตามตัว เหตุที่
ซีพียูและช็อกเก็ตต้องมีขนาดใหญ่ขึ้นเนื่องจาก Sandy Bridge Socket R สนับสนุนแรม DDR 3
บัส 800 - 1600 แบบ 4 ช่องทาง และสนับสนุนการเชื่อมต่อ PCIe ได้ถึง 40 เลน ต่อหนึ่งซีพียู มี L3
ขนาด 20 MB มีลิงค์ QPI อยู่ถึง 2 เส้นสำหรับเชื่อมกับซีพียูอีกตัว ตัวซีพียูมีอัตราในการกินพลังงาน
อยู่ที่ 80 w, 95w, 130w จนถึงสูงสุดที่ 150 w โดยจำนวนการใช้ไฟจะขึ้นอยู่ตามจำนวนคอร์และ
ความเร็วของซีพียู โดยจะมีคอร์ประมวลผลตั้งแต่ 4 Core /8 Threads, 6 Core /12 Threads
และ 8 Core /16 Threads ตามลำดับ
Sandy Bridge Socket R เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้หน่วยความจำเยอะๆและการประมวลผล
ที่ทรงพลังมากเป็นพิเศษ สำหรับ Sandy Bridge Socket R จะแบ่งออกเป็นสองรุ่นคือ รุ่น EP
และ EX
Sandy Bridge R EP เป็นซีพียูสำหรับเครื่องเซิฟเวอร์ระดับสูง
สำหรับ 1 - 2 ซ็อกเก็ต และใช้ชื่อว่า Xeon EP กำหนดเปิดตัวในช่วงกลางปี 2011 (Q 3 -
2011)
Sandy Bridge R EX เป็นซีพียูระดับสูงที่ใช้กับเมนบอร์ดระดับ
ไฮเฮน์แบบ 4 ซ็อกเก็ตขึ้นไป มีคอร์ประมวลผลเริ่มต้นที่ 8 Core และเมื่อติดตั้งซีพียู 4 ตัว ก็จะ
สามารถรองรับ PCIe ได้ถึง 160 เลน กำหนดเปิดตัวในช่วงปลายปี 2011 (Q 4 - 2011)
สรุป
ส่งท้ายสำหรับข้อมูลอัพเดต แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลบางอย่างก็ยังไม่ยืนยันว่าชัวร์หรือไม่ โดยเฉพาะ
เรื่องช็อกเก็ตที่จะมาแทน 1366 บางเว็บก็บอกว่าซ็อกเก็ตสำหรับเดสท็อประดับสูงจะเป็น LGA 1356
แต่อีกเว็บกลับบอกว่าเป็น LGA 2011 ซึ่งหากเป็น LGA 2011 จริงๆนั่นหมายความว่าเมนบอร์ดจะ
ต้องมีขนาดที่ใหญ่มากขึ้น (และราคาก็มากขึ้นตาม ลำพังแค่ 1366 ก็ยังหาคนซื้อค่อนข้างยาก
เนื่องจากราคาที่สูง) เพราะต้องอย่าลืมว่าตัวซ็อกเก็ต LGA 2011 นั้นต้องใช้แรม DDR 3
แบบ 4 แถวขึ้นไป ก็หมายความว่าบอร์ดจะต้องมีสล๊อตใส่แรมมากถึง 8 แถว

และหลังจากสถาปัตยกรรม Sandy Bridge ซีพียูรุ่นถัดไปที่จะออกในปี 2012 ก็คือ
Ivy Bridge ซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยีขนาด 22 นาโนเมตร และในปี 2013 ก็จะมีซีพียู
สถาปัตยกรรมตัวใหม่ซึ่งมีการออกแบบโครงสร้างแคชและหน่วยประมวลผลใหม่ทั้งหมด โดยใช้ชื่อว่า
Haswell และในปี 2014 เราก็จะมีซีพียูที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 15 นาโนเมตร ในชื่อ Rockwel
ข้อมูลอ้างอิงบางส่วน
- http://wapedia.mobi/en/Sandy_Bridge_...rchitecture%29
- http://en.wikipedia.org/wiki/Sandy_B...rchitecture%29
Comment