ว่าจะลงนานแล้วแต่ลืมทุกทีเลย มานึกได้ตอนนี้ก้ซัดโครมๆเลยแล้วกัน
เรื่อง Sink การ์ดจอ Non-Ref กับ Ref อันไหนดีกว่ากัน
จริงๆ ก่อนอื่น ขออธิบายคร่าวๆก่อนว่า คำว่า Ref หรือ Non-Ref นั้น ก็คือ
Ref = Reference ก็คือ การ์ด ดีไซนด์ มาตรฐานจากโรงงานครับ ออกแบบมาแบบ ยังไงก็ยังอย่างนั้นเลย
หรือก็คือ การ์ดเดิมๆจากโรงงานผู้ผลิตนั่นเอง
ซึ่ง ส่วนมาก จะมีเป็น ซิงค์ลักษณะเดียวกับตัว ต้นแบบ เลย (บางเจ้า อาจจะเปลี่ยนกรอบมันบ้างเล็กน้อย) ซึ่ง หน้าตาการ์ดนั้น จะออกแบบมาหลายลักษณะ ตามแต่ละระดับชั้นของคลาสการ์ด (เล็ก กลาง ใหญ่)
ซึ่งในการ์ดรุ่นใหญ่ๆ ส่วนมากจะให้ลักษณะของซิงค์ รูปแบบ พัดลมอยู่ท้าย และ เป่าอัด ซิงค์ด้วยความเร็วสูง (เสียงตอนทำงานจะดังมากๆ นั่นเอง)



ซึ่ง ส่วนใหญ่ซิงค์การ์ดลักษณะนี้ จะมีความร้อนสะสมสูง ในระดับหนึ่ง แต่ก็สามารถเย็นลงได้ ด้วยการเพิ่มแรงดันโดยเพิ่มรอบพัดลม ให้แรงขึ้น แต่จุดที่จะมีปัญหาก็คือ "เสียง" ที่ค่อนข้างดังหวีดแรงมากๆ เหมือนเสียงไอพ่น หรือ โบวเว่อร์เป่าลมน้องๆเลยก็ว่าได้
แต่ ข้อดีของ ซิงค์ลักษณะนี้ ก็มี ไม่ใช่จะเลวร้ายซะทีเดียวก็คือ มันสามารถดูดลมภายในเคสออกได้อย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันนั่นเองครับ (เป็น โบลวเว่อร์ดูดลมดีๆนั่นแหละ)
แต่ก็จะมีข้อเสียอยู่บ้างก็คือ มันจะดูด เอา ความร้อนในเคสทั้งหมด ส่งผ่านไปในตัวการ์ดด้วยนั่นเอง
และนี่คือ สรุปง่ายๆ
สรุป
Reference Sink
ข้อดี
- ดูดลมภายในเคสออกไปด้วยในตัว ทำให้อุณหภูมิภายในเคสลดลงเร็วขึ้น
- ตัวซิงค์ครอบทั้งตัว ทำให้ลดเรื่องของสนามแม่เหล็ก ที่จะก่อกวนการทำงานของการ์ด
- ตัวกรอบครอบ ช่วยเพิ่มความทนทานและ เฉลี่ยน้ำหนักของแผ่น PCB ลดการหักงอได้ดี
- ไม่แผ่กระจายความร้อนจากตัวซิงค์ เข้าไปวนในระบบ (แผ่ออกแต่หลัง PCB การ์ดแทน)
- ไม่มีผลกระทบจากอุณหภูมิภายนอกมารบกวน
ข้อด้อย
- เสียงดังมาก
- ต้องการการทำงานของพัดลมรอบสูงกว่า
- ร้อนกว่า ซิงค์ Non - Ref เพราะด้วยขนาด ซิงค์ที่จำกัดด้วยตัวครอบทำให้ใช้แผ่นซิงค์ใหญ่มากไม่ได้
- ดูดความร้อนทั้งหมดภายในเคสเข้าไป ทำให้ความร้อนในระบบ สะสมที่ตัวชิพการ์ดจอด้วย
- ตัวซิงค์คายความร้อนช้ามาก
- การทำความสะอาด + บำรุงรักษายุ่งยากกว่า เพราะต้องแกะตัวครอบซึ่งมีโอกาสหักได้
- ด้วยความที่ อุณหภูมิภายนอกไม่มีผลโดยตรงทำให้ แม้เล่นในห้องแอร์ก็อาจจะร้อนกว่าการ์ดพวก Non - Ref นั่นเอง
เอาล่ะ เมื่อรู้จัก ซิงค์ ref แล้ว ก็ถึงเวลารู้จักกับพวก Non - Ref กันต่อ
Non - Ref
ขอจัดเจ้าพวกนี้ไว้รวมกับ Mod Sink (ซิงค์แต่ง) เลยแล้วกัน
เพราะว่า มันถูกออกแบบและแต่งออกจากโรงงานผู้ผลิตรายอื่นๆ ที่พอจะมีกำลังจะเดินสายการผลิตเองได้นั่นเอง



ก่อนอื่น Non - Ref หรือ None - Reference หรือ ซิงค์ที่ไม่ใช่รูปแบบเดียวกับตัวต้นแบบนั้น ก็คือ ซิงค์ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ จากโรงงานผู้ผลิตที่มีทุนพอจะเปิดสายการผลิตและพัฒนาทีมออกแบบมาได้นั่นเอง
ซึ่งโดยหลักๆ Non - Ref นั้น ซิงค์จะมาพร้อมกับ การ์ดที่มีการออกแบบ ลายวงจร และ PCB ไหม่หมด มีน้อยค่ายที่จะเป็นตัวพัดลมแต่ง ที่สามารถนำมาใส่กับ ref ได้ (พวกนั้นจะใช้ พัดลมแต่งใส่มาเลย ไม่ได้ออกแบบอะไรไหม่(ออกแนว ใส่ของแต่งให้เสร็จสรรพบนการ์ดเดิมพวกนี้จะไม่ค่อย OC มา เรียกว่าเดิมๆ ใส่ซิงค์แต่ง ข้อดีคือ ได้ทั้ง ระบบเดิมๆของ Ref การ์ด แต่ได้ความเย็นที่มากกว่าจากซิงค์แต่ง)
แต่โดยส่วนมาก ผู้ผลิตรายใหญ่ๆ มักจะ OC จากโรงงานมาเลยทำให้ต้องออกแบบลายวงจรไหม่ทั้งหมด รวมทั้ง ออกแบภาคจ่ายไฟ จุดวางชิพต่างๆ และ จุดยึดไหม่ทั้งหมด หรือเรียกง่ายๆว่า จะเอา ซิงค์ Non - Ref บางรุ่น ที่เราชอบ มายัดใส่การ์ด Ref ที่แม้จะชิพเดียวกัน แต่หาก Non - Ref นั้นได้รับการออกแบบไหม่ตั้งแต่แผงวงจร เราก็ไม่สามารถ ถอดซิงค์นั้นมาติดตั้งได้ นั่นเอง (อาจจะด้วยจุดยึดต่างๆที่แตกต่างไป)
ซิงค์ Non - Ref ดียังไง หลักๆ ก็คือ ทำมาเผื่อการ OC แน่นอนครับ ซึ่ง ซิงค์เหล่านี้โดยส่วนใหญ่ ลักษณะ Fin ต่างๆ และ ตัว ท่อทองแดง จะถูกออกแบบให้ใหญ่โต หรือ ถี่ยิบ ก็แล้วแต่ทุนทรัพย์และราคา แต่ส่วนมากนั้น จะ "เย็นกว่าเดิม" ค่อนข้างแน่นอน (น้อยมากที่ Non - Ref จะร้อนกว่า Ref )
แต่ในข้อดีก็มีข้อเสียเหมือนกัน คือเรื่องการแผ่รังสีความร้อนออกมานั่นเอง
ดังนั้น เมื่อมาสรุปง่ายๆ กับซิงค์ N-R ก็จะได้ว่า
สรุป
Non-Reference SINK
ข้อดี
- เย็นกว่าซิงค์แบบ Reference พอสมควร ทำให้อายุการใช้งาน ชิพเซ็ตมีมากขึ้น
- เงียบกว่าโดยส่วนใหญ่
- ดูแลรักษาง่ายกว่า
- ถ่ายเทอุณหภูมิได้ไวกว่า
- ยิ่งอุณหภูมิรอบข้างเย็นมากเท่าไร ก็ยิ่งเย็น
ข้อด้อย
- ไม่มีตัวครอบเพื่อกันการถูกรบกวนจากสนามแม่เหล็กในบอร์ด
- แผ่ความร้อนออกมาในเคสมากกว่าทำให้ อุณหภูมิภายในเคสสูงขึ้น
- โดยส่วนมากไม่สามารถนำมาใช้ร่วมกับ Ref การ์ดได้ เพราะมักจะถูกออกแบบไหม่ทั้งหมด
- โอกาส บิดงอ ของแผ่น PCB มีสูงกว่า เพราะจุดรับน้ำหนักจะอยู่ที่ "ขาซิงค์" เป็นส่วนใหญ่
- โอกาสดูดวนลมร้อนภายในเคสจะสูงกว่าทำให้อุปกรณ์ต่างๆที่อยู่รอบตัวการ์ดได้รับความร้อนไปด้วย
- ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิภายนอก มี เช่น หาก รอบข้างมีความร้อนสะสมสูง ตัวการ์ดก็จะร้อนตาม แต่หากอยู่ในที่เย็นจัด ก็เย็นกว่าปกติได้เหมือนกัน
ดังนั้นเมื่อรู้แบบนี้แล้ว ก็ ถึงเวลาทำความเข้าใจกันก่อนที่จะเสียเงินซื้อกัน ซึ่ง ซิงค์การ์ดจอแบบ Non - Ref นั้น จะถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานด้าน Overclock ได้ดีกว่า ด้วยการออกแบบ ระบบระบายความร้อนต่างๆให้ดีขึ้น แต่ก็แลกมากับ ความร้อนสะสมภายในเคสที่สูงกว่า ซึ่งอาจจะส่งผลระยะยาว กับ อุปกรณ์รอบๆตัวการ์ด เรียกว่า การ์ดจอไม่พัง แต่ ของรอบข้าง พังก่อน
แต่ก็มีวิธีแก้โดยการเลือกเคสที่โล่ง กว้าง และ ระบายความร้อนดีๆ นั่นเอง ซึ่งหากได้เคสที่ระบายความร้อนได้ดีแล้วล่ะก็ อุณหภูมิภายในก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว
และ หากเล่นในห้องติดแอร์ เจ้า ซิงค์แบบนี้ จะยิ่งทำงานได้เย็นยิ่งกว่าเดิมอีกมากนั่นเอง
ก็คงต้องเลือกล่ะครับ ระหว่าง ทนรำคาญเสียง แต่อุปกรณ์ภายใน ไม่ต้องลงทุนมาก เพราะไม่เป่าวนภายใน ซ้ำยังช่วยดูดออก
กับ อีกตัวคือ ลงทุนเยอะกว่าในเรื่องระบบระบายความร้อนภายในเคส แต่ก็ระบายความร้อนได้ดีกว่ามาก
ทำเป็นเล่นไป เคสที่จัดทางลมจนเสร็จสำเร็จแน่นอน เผลอๆ จะโดนไป 5 หลักเหมือนกันนะ อิอิ
ก็เลือกเอาตามความชอบใจและ ทุนทรัพย์ครับ แต่ สำหรับ ส่วนตัว ผมชอบซิงค์ Non - Ref ครับ ยอมลงทุนเรื่องระบายความร้อนดีกว่า
ป.ล. ขอแถมอีกนิด สำหรับคนที่สงสัย เรื่องอุณหภมูิการ์ดจอ ว่า ไม่ควรเกินเท่าไร แบบไหนที่เรียกว่าเย็น หรือร้อน
โดยเฉลี่ยแล้ว การ์ดจอจะทำงานที่อุณหภูมิประมาณ 75 - 85 องศา ครับผม ซึ่งเรียกว่าเป็น อุณหภูมิปกติครับ หากการ์ดจอเราทำงานอยู่ในช่วง อุณหภูมิ ประมาณนี้ก็สบายใจได้ครับ ไม่ร้อนเกิน แต่หาก ว่า อุณหภมูิ เริ่มฉีกไประดับ 90 องศา C+ เมื่อไหร่
ตอนนั้น แนะนำให้ลองเซ็ตทางลมภายในระบบดูครับเพราะว่ามันค่อนข้างร้อนแล้วนั่นเอง
ส่วนการ์ดจอที่ เล่นไปนานๆ แล้วยังเย็นอยู่( 60 องศา โดยประมาณ) จัดว่าเย็นครับผม
ดังนั้นแล้ว หากอุณหภูมิการ์ดจอไม่สูงมากเกินที่เฉลี่ยให้แล้วก็สบายใจได้ครับ แต่หากเกิน การปรับรอบพัดลมเพิ่มก็ไม่ได้เสียหายอะไร
ป.ล. แถมให้อีกนิดหนึ่ง
บางคนกลัวว่าพัดลมจะพัง ไม่กล้าปรับแรงๆ แต่จริงๆแล้ว พัดลมที่มีการปรับรอบ เดี๋ยวเพิ่มเดี๋ยวลด (Auto) นั่นมีโอกาสพังสูงกว่าการปรับรอบแรงๆหน่อยแล้วล้อคไว้อีกครับผม เพราะมันจะต้องหมุน เดี๋ยวหมุนเดี๋ยวผ่อนไปเรื่อยๆ
และ พัดลม จะนับการทำงานที่ ชั่วโมง นะครับ ไม่ใช่รอบหมุน ดังนั้น สบายใจได้ครับไม่ต้องกลัวว่าปรับแรงๆแล้วมันจะพังเร็ว หลักๆก็ 20000 ชั่วโมง โดยประมาณน่ะนะ
แต่มันจะพังเพราะการคอนโทรล เดี๋ยวช้า เดี๋ยววิ่ง มากกว่าครับผม
EDIT แถมท้ายเพิ่มนิดนึงครับผม
สำหรับคนที่ปรับพัดลมออโต้นั้น ผมเคยลองเทสต์หลายๆการ์ดที่ผ่านมา พัดลม ออโต้ กว่าจะเริ่มวิ่งเพื่อลดอุณหภูมิ มันจะปล่อยให้การ์ดร้อนระดับ 76+ ขึ้นไปแล้วนั่นเอง ค่อยเร่งรอบ
และเท่าที่จับ Sensor Board วัดรอบดูไม่ว่าจะตัว Ref หรือ Non - Ref มันจะให้พัดลมวิ่งไม่เคยเกิน 60 % เลยครับ แม้มันจะร้อนจน 80+ ก็ไม่เคยปล่อยเกิน จนกว่าอุณหภูมิจะถึงจุดวิกฤติ (92+ โดยประมาณที่เคยสังเกตุใน 470 ตัวเก่าก่อนเปลี่ยนซิงค์) มันจะวิ่งไป เต็มที่เลยที่ผมเคยเห็นคือ 70% +- ไม่เกิน 2% ครับผม
แต่ถ้าเราเลือกปรับพัดลม ล้อครอบไว้เลย เท่าที่เคยลองดู ปรับที่ 60 -65 % อุณหภูมิจะคงที่ดีมากกว่าครับ
ซึ่งเจ้า GALAXY 580 AC ตัวนี้ผมก็ลองเทสต์ในห้องพัดลม ตอนร้อนๆด้วยโปรแกรมโหดๆ อย่าง OCCT บนพัดลมออโต้
ผลที่ได้คือ

Full Load สูงสุด ที่ 72 องศา
แต่พัดลมไม่กระดิกเลยครับ
ทำให้เคืองมากๆ
แต่เทียบผลตอนที่ใช้ MSI Kombuster ( Furmark ก็พอกัน) ปรับพัดลมไว้ที่ 60 %
ผลที่ได้ก็เป็นจะอี๊

ดังนั้น การเลือกปรับให้พัดลม No - Auto แต่เปิดรอบให้อยู่ในระดับ แม้ไม่สูงมากแต่ก็สูงหน่อย (60 % + )
เท่าที่ทดสอบหลายๆตัว จะช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ดีขึ้นครับผม
เรื่อง Sink การ์ดจอ Non-Ref กับ Ref อันไหนดีกว่ากัน
จริงๆ ก่อนอื่น ขออธิบายคร่าวๆก่อนว่า คำว่า Ref หรือ Non-Ref นั้น ก็คือ
Ref = Reference ก็คือ การ์ด ดีไซนด์ มาตรฐานจากโรงงานครับ ออกแบบมาแบบ ยังไงก็ยังอย่างนั้นเลย
หรือก็คือ การ์ดเดิมๆจากโรงงานผู้ผลิตนั่นเอง
ซึ่ง ส่วนมาก จะมีเป็น ซิงค์ลักษณะเดียวกับตัว ต้นแบบ เลย (บางเจ้า อาจจะเปลี่ยนกรอบมันบ้างเล็กน้อย) ซึ่ง หน้าตาการ์ดนั้น จะออกแบบมาหลายลักษณะ ตามแต่ละระดับชั้นของคลาสการ์ด (เล็ก กลาง ใหญ่)
ซึ่งในการ์ดรุ่นใหญ่ๆ ส่วนมากจะให้ลักษณะของซิงค์ รูปแบบ พัดลมอยู่ท้าย และ เป่าอัด ซิงค์ด้วยความเร็วสูง (เสียงตอนทำงานจะดังมากๆ นั่นเอง)



ซึ่ง ส่วนใหญ่ซิงค์การ์ดลักษณะนี้ จะมีความร้อนสะสมสูง ในระดับหนึ่ง แต่ก็สามารถเย็นลงได้ ด้วยการเพิ่มแรงดันโดยเพิ่มรอบพัดลม ให้แรงขึ้น แต่จุดที่จะมีปัญหาก็คือ "เสียง" ที่ค่อนข้างดังหวีดแรงมากๆ เหมือนเสียงไอพ่น หรือ โบวเว่อร์เป่าลมน้องๆเลยก็ว่าได้
แต่ ข้อดีของ ซิงค์ลักษณะนี้ ก็มี ไม่ใช่จะเลวร้ายซะทีเดียวก็คือ มันสามารถดูดลมภายในเคสออกได้อย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันนั่นเองครับ (เป็น โบลวเว่อร์ดูดลมดีๆนั่นแหละ)
แต่ก็จะมีข้อเสียอยู่บ้างก็คือ มันจะดูด เอา ความร้อนในเคสทั้งหมด ส่งผ่านไปในตัวการ์ดด้วยนั่นเอง
และนี่คือ สรุปง่ายๆ
สรุป
Reference Sink
ข้อดี
- ดูดลมภายในเคสออกไปด้วยในตัว ทำให้อุณหภูมิภายในเคสลดลงเร็วขึ้น
- ตัวซิงค์ครอบทั้งตัว ทำให้ลดเรื่องของสนามแม่เหล็ก ที่จะก่อกวนการทำงานของการ์ด
- ตัวกรอบครอบ ช่วยเพิ่มความทนทานและ เฉลี่ยน้ำหนักของแผ่น PCB ลดการหักงอได้ดี
- ไม่แผ่กระจายความร้อนจากตัวซิงค์ เข้าไปวนในระบบ (แผ่ออกแต่หลัง PCB การ์ดแทน)
- ไม่มีผลกระทบจากอุณหภูมิภายนอกมารบกวน
ข้อด้อย
- เสียงดังมาก
- ต้องการการทำงานของพัดลมรอบสูงกว่า
- ร้อนกว่า ซิงค์ Non - Ref เพราะด้วยขนาด ซิงค์ที่จำกัดด้วยตัวครอบทำให้ใช้แผ่นซิงค์ใหญ่มากไม่ได้
- ดูดความร้อนทั้งหมดภายในเคสเข้าไป ทำให้ความร้อนในระบบ สะสมที่ตัวชิพการ์ดจอด้วย
- ตัวซิงค์คายความร้อนช้ามาก
- การทำความสะอาด + บำรุงรักษายุ่งยากกว่า เพราะต้องแกะตัวครอบซึ่งมีโอกาสหักได้
- ด้วยความที่ อุณหภูมิภายนอกไม่มีผลโดยตรงทำให้ แม้เล่นในห้องแอร์ก็อาจจะร้อนกว่าการ์ดพวก Non - Ref นั่นเอง
เอาล่ะ เมื่อรู้จัก ซิงค์ ref แล้ว ก็ถึงเวลารู้จักกับพวก Non - Ref กันต่อ
Non - Ref
ขอจัดเจ้าพวกนี้ไว้รวมกับ Mod Sink (ซิงค์แต่ง) เลยแล้วกัน
เพราะว่า มันถูกออกแบบและแต่งออกจากโรงงานผู้ผลิตรายอื่นๆ ที่พอจะมีกำลังจะเดินสายการผลิตเองได้นั่นเอง



ก่อนอื่น Non - Ref หรือ None - Reference หรือ ซิงค์ที่ไม่ใช่รูปแบบเดียวกับตัวต้นแบบนั้น ก็คือ ซิงค์ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ จากโรงงานผู้ผลิตที่มีทุนพอจะเปิดสายการผลิตและพัฒนาทีมออกแบบมาได้นั่นเอง
ซึ่งโดยหลักๆ Non - Ref นั้น ซิงค์จะมาพร้อมกับ การ์ดที่มีการออกแบบ ลายวงจร และ PCB ไหม่หมด มีน้อยค่ายที่จะเป็นตัวพัดลมแต่ง ที่สามารถนำมาใส่กับ ref ได้ (พวกนั้นจะใช้ พัดลมแต่งใส่มาเลย ไม่ได้ออกแบบอะไรไหม่(ออกแนว ใส่ของแต่งให้เสร็จสรรพบนการ์ดเดิมพวกนี้จะไม่ค่อย OC มา เรียกว่าเดิมๆ ใส่ซิงค์แต่ง ข้อดีคือ ได้ทั้ง ระบบเดิมๆของ Ref การ์ด แต่ได้ความเย็นที่มากกว่าจากซิงค์แต่ง)
แต่โดยส่วนมาก ผู้ผลิตรายใหญ่ๆ มักจะ OC จากโรงงานมาเลยทำให้ต้องออกแบบลายวงจรไหม่ทั้งหมด รวมทั้ง ออกแบภาคจ่ายไฟ จุดวางชิพต่างๆ และ จุดยึดไหม่ทั้งหมด หรือเรียกง่ายๆว่า จะเอา ซิงค์ Non - Ref บางรุ่น ที่เราชอบ มายัดใส่การ์ด Ref ที่แม้จะชิพเดียวกัน แต่หาก Non - Ref นั้นได้รับการออกแบบไหม่ตั้งแต่แผงวงจร เราก็ไม่สามารถ ถอดซิงค์นั้นมาติดตั้งได้ นั่นเอง (อาจจะด้วยจุดยึดต่างๆที่แตกต่างไป)
ซิงค์ Non - Ref ดียังไง หลักๆ ก็คือ ทำมาเผื่อการ OC แน่นอนครับ ซึ่ง ซิงค์เหล่านี้โดยส่วนใหญ่ ลักษณะ Fin ต่างๆ และ ตัว ท่อทองแดง จะถูกออกแบบให้ใหญ่โต หรือ ถี่ยิบ ก็แล้วแต่ทุนทรัพย์และราคา แต่ส่วนมากนั้น จะ "เย็นกว่าเดิม" ค่อนข้างแน่นอน (น้อยมากที่ Non - Ref จะร้อนกว่า Ref )
แต่ในข้อดีก็มีข้อเสียเหมือนกัน คือเรื่องการแผ่รังสีความร้อนออกมานั่นเอง
ดังนั้น เมื่อมาสรุปง่ายๆ กับซิงค์ N-R ก็จะได้ว่า
สรุป
Non-Reference SINK
ข้อดี
- เย็นกว่าซิงค์แบบ Reference พอสมควร ทำให้อายุการใช้งาน ชิพเซ็ตมีมากขึ้น
- เงียบกว่าโดยส่วนใหญ่
- ดูแลรักษาง่ายกว่า
- ถ่ายเทอุณหภูมิได้ไวกว่า
- ยิ่งอุณหภูมิรอบข้างเย็นมากเท่าไร ก็ยิ่งเย็น
ข้อด้อย
- ไม่มีตัวครอบเพื่อกันการถูกรบกวนจากสนามแม่เหล็กในบอร์ด
- แผ่ความร้อนออกมาในเคสมากกว่าทำให้ อุณหภูมิภายในเคสสูงขึ้น
- โดยส่วนมากไม่สามารถนำมาใช้ร่วมกับ Ref การ์ดได้ เพราะมักจะถูกออกแบบไหม่ทั้งหมด
- โอกาส บิดงอ ของแผ่น PCB มีสูงกว่า เพราะจุดรับน้ำหนักจะอยู่ที่ "ขาซิงค์" เป็นส่วนใหญ่
- โอกาสดูดวนลมร้อนภายในเคสจะสูงกว่าทำให้อุปกรณ์ต่างๆที่อยู่รอบตัวการ์ดได้รับความร้อนไปด้วย
- ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิภายนอก มี เช่น หาก รอบข้างมีความร้อนสะสมสูง ตัวการ์ดก็จะร้อนตาม แต่หากอยู่ในที่เย็นจัด ก็เย็นกว่าปกติได้เหมือนกัน
ดังนั้นเมื่อรู้แบบนี้แล้ว ก็ ถึงเวลาทำความเข้าใจกันก่อนที่จะเสียเงินซื้อกัน ซึ่ง ซิงค์การ์ดจอแบบ Non - Ref นั้น จะถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานด้าน Overclock ได้ดีกว่า ด้วยการออกแบบ ระบบระบายความร้อนต่างๆให้ดีขึ้น แต่ก็แลกมากับ ความร้อนสะสมภายในเคสที่สูงกว่า ซึ่งอาจจะส่งผลระยะยาว กับ อุปกรณ์รอบๆตัวการ์ด เรียกว่า การ์ดจอไม่พัง แต่ ของรอบข้าง พังก่อน
แต่ก็มีวิธีแก้โดยการเลือกเคสที่โล่ง กว้าง และ ระบายความร้อนดีๆ นั่นเอง ซึ่งหากได้เคสที่ระบายความร้อนได้ดีแล้วล่ะก็ อุณหภูมิภายในก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว
และ หากเล่นในห้องติดแอร์ เจ้า ซิงค์แบบนี้ จะยิ่งทำงานได้เย็นยิ่งกว่าเดิมอีกมากนั่นเอง
ก็คงต้องเลือกล่ะครับ ระหว่าง ทนรำคาญเสียง แต่อุปกรณ์ภายใน ไม่ต้องลงทุนมาก เพราะไม่เป่าวนภายใน ซ้ำยังช่วยดูดออก
กับ อีกตัวคือ ลงทุนเยอะกว่าในเรื่องระบบระบายความร้อนภายในเคส แต่ก็ระบายความร้อนได้ดีกว่ามาก
ทำเป็นเล่นไป เคสที่จัดทางลมจนเสร็จสำเร็จแน่นอน เผลอๆ จะโดนไป 5 หลักเหมือนกันนะ อิอิ
ก็เลือกเอาตามความชอบใจและ ทุนทรัพย์ครับ แต่ สำหรับ ส่วนตัว ผมชอบซิงค์ Non - Ref ครับ ยอมลงทุนเรื่องระบายความร้อนดีกว่า
ป.ล. ขอแถมอีกนิด สำหรับคนที่สงสัย เรื่องอุณหภมูิการ์ดจอ ว่า ไม่ควรเกินเท่าไร แบบไหนที่เรียกว่าเย็น หรือร้อน
โดยเฉลี่ยแล้ว การ์ดจอจะทำงานที่อุณหภูมิประมาณ 75 - 85 องศา ครับผม ซึ่งเรียกว่าเป็น อุณหภูมิปกติครับ หากการ์ดจอเราทำงานอยู่ในช่วง อุณหภูมิ ประมาณนี้ก็สบายใจได้ครับ ไม่ร้อนเกิน แต่หาก ว่า อุณหภมูิ เริ่มฉีกไประดับ 90 องศา C+ เมื่อไหร่
ตอนนั้น แนะนำให้ลองเซ็ตทางลมภายในระบบดูครับเพราะว่ามันค่อนข้างร้อนแล้วนั่นเอง
ส่วนการ์ดจอที่ เล่นไปนานๆ แล้วยังเย็นอยู่( 60 องศา โดยประมาณ) จัดว่าเย็นครับผม
ดังนั้นแล้ว หากอุณหภูมิการ์ดจอไม่สูงมากเกินที่เฉลี่ยให้แล้วก็สบายใจได้ครับ แต่หากเกิน การปรับรอบพัดลมเพิ่มก็ไม่ได้เสียหายอะไร
ป.ล. แถมให้อีกนิดหนึ่ง
บางคนกลัวว่าพัดลมจะพัง ไม่กล้าปรับแรงๆ แต่จริงๆแล้ว พัดลมที่มีการปรับรอบ เดี๋ยวเพิ่มเดี๋ยวลด (Auto) นั่นมีโอกาสพังสูงกว่าการปรับรอบแรงๆหน่อยแล้วล้อคไว้อีกครับผม เพราะมันจะต้องหมุน เดี๋ยวหมุนเดี๋ยวผ่อนไปเรื่อยๆ
และ พัดลม จะนับการทำงานที่ ชั่วโมง นะครับ ไม่ใช่รอบหมุน ดังนั้น สบายใจได้ครับไม่ต้องกลัวว่าปรับแรงๆแล้วมันจะพังเร็ว หลักๆก็ 20000 ชั่วโมง โดยประมาณน่ะนะ
แต่มันจะพังเพราะการคอนโทรล เดี๋ยวช้า เดี๋ยววิ่ง มากกว่าครับผม
EDIT แถมท้ายเพิ่มนิดนึงครับผม
สำหรับคนที่ปรับพัดลมออโต้นั้น ผมเคยลองเทสต์หลายๆการ์ดที่ผ่านมา พัดลม ออโต้ กว่าจะเริ่มวิ่งเพื่อลดอุณหภูมิ มันจะปล่อยให้การ์ดร้อนระดับ 76+ ขึ้นไปแล้วนั่นเอง ค่อยเร่งรอบ
และเท่าที่จับ Sensor Board วัดรอบดูไม่ว่าจะตัว Ref หรือ Non - Ref มันจะให้พัดลมวิ่งไม่เคยเกิน 60 % เลยครับ แม้มันจะร้อนจน 80+ ก็ไม่เคยปล่อยเกิน จนกว่าอุณหภูมิจะถึงจุดวิกฤติ (92+ โดยประมาณที่เคยสังเกตุใน 470 ตัวเก่าก่อนเปลี่ยนซิงค์) มันจะวิ่งไป เต็มที่เลยที่ผมเคยเห็นคือ 70% +- ไม่เกิน 2% ครับผม
แต่ถ้าเราเลือกปรับพัดลม ล้อครอบไว้เลย เท่าที่เคยลองดู ปรับที่ 60 -65 % อุณหภูมิจะคงที่ดีมากกว่าครับ
ซึ่งเจ้า GALAXY 580 AC ตัวนี้ผมก็ลองเทสต์ในห้องพัดลม ตอนร้อนๆด้วยโปรแกรมโหดๆ อย่าง OCCT บนพัดลมออโต้
ผลที่ได้คือ

Full Load สูงสุด ที่ 72 องศา

แต่พัดลมไม่กระดิกเลยครับ
ทำให้เคืองมากๆ แต่เทียบผลตอนที่ใช้ MSI Kombuster ( Furmark ก็พอกัน) ปรับพัดลมไว้ที่ 60 %
ผลที่ได้ก็เป็นจะอี๊

ดังนั้น การเลือกปรับให้พัดลม No - Auto แต่เปิดรอบให้อยู่ในระดับ แม้ไม่สูงมากแต่ก็สูงหน่อย (60 % + )
เท่าที่ทดสอบหลายๆตัว จะช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ดีขึ้นครับผม
Comment