Announcement

Collapse
No announcement yet.

ถามเกี่ยวกับ พาเวอร์ซับพลาย คับ

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • ถามเกี่ยวกับ พาเวอร์ซับพลาย คับ

    คือเมื่อเดือนที่แล้ว ระหว่างที่ผมเล่นเกมส์ตามปรกติ พอดีแม่เรียกลงไปข้างล่าง
    แต่พอกลับขึ้นมาปรากฎว่า ผมได้กลิ่นไหมั พอลองหาต้นตอก็พบว่า กลิ่นมาจาก _พาเวอร์ซับพลาย
    ผมจึงรีบปิดเครื่อง...แล้วนำไปเคลม (ผมใช้ pawer x 520w) แต่พอได้ตัวใหม่กลับมาใช้
    ปรากกฎว่า เข้าเล่นเกมส์ไม่ได้ เครื่องมีอาการ ดัยไปเฉยๆ ทุกครังที่ใช้กราฟฟิก สรุปคือการด์พังคับ
    ( pawer color hd4850 ) แต่พอเครมแล้วของไม่มีคับ เลยได้ hd5750 มาแทน
    เลยอยากจะถามพี่ๆว่า มันเกิดจากอะไรคับ ใช่ไฟมากเกินไปรึเปล่า (มีพัดลม 4 ตัว) หรือเป็นที่อย่างอื่นคับ

  • #2
    ทำไมควรใช้ PSU วัตต์แท้
    เห็นว่าน่าสนใจเลยเอามาฝากกันครับ

    จาก : http://www.pantip.com/tech/hardware/...HS2651896.html

    " ข้อมูลทางทฤษฏี กับการใช้งานจริง มันอาจไม่ตรงกันก็ได้ครับ และคำว่า วัตต์แท้ วัตต์เทียม ความจริงแล้วมันใช้สื่อความหมายไม่ค่อยตรงกับประเด็นที่เราควรจะกังวลสักเท่าไหร่หรอกครับ

    ออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่ช่างเทคนิค ผมไม่มีความรู้เฉพาะทางเรื่องระบบไฟฟ้า จะได้เอาภาษาช่างมาอธิบายอะไรได้ สิ่งที่ผมจะอธิบายต่อไปนี้คือ ความรู้ที่ผมเก็บรวบรวมมาจากการอ่านเว็บ อ่านหนังสือ และจากแหล่งต่าง ๆ รายละเอียดปลีกย่อยทางเทคนิคอาจจะไม่ตรงกับทฤษฏีเป๊ะ ๆ นะครับ

    ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเรื่องพื้นฐานเกี่ยวกันเพาเวอร์ฯ กันก่อนนะครับ

    PSU ที่ใช้กับคอมฯ แต่ละตัวนี่มันจะสามารถจ่ายไฟได้ ในช่วงเฟส 12V ถึง 3.3V แต่ละเฟส จะถูกใช้โดยชิ้นส่วนแต่ละอย่างในเครื่องแตกต่างกันไป เช่น

    เฟส 12V จะถูกใช้โดย การ์ดจอ ซีพียู ฮาร์ดดิส
    เฟส 3.3V จะถูกใช้โดยพวก อุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ อย่างพัดลม ไฟ LED USB ฯลฯ

    "วัตต์" ที่จ่ายได้ของเพาเวอร์แต่ละตัวก็มาจากการเอา จำนวน
    "แอมป์" แรงดันไฟที่่จ่ายได้แน่แต่ละเฟส มาคำนวณให้เป็นวัตต์
    แล้วค่อยเอามาบวกรวมกัน

    ดังนั้น เพาเวอร์ ที่วัตต์รวมเท่ากัน อาจใช้กับคอมเสปคเดียวกันไม่ได้ ทุกตัวก็ได้ เพราะคอมที่ มีฮาร์ดดิสมาก ๆ
    มีการ์ดจอแรง มีซีพียูเร็ว ๆ ก็ต้องการ เพาเวอร์ตัวที่ มี "แอมป์" 12V มาก ๆ

    ยกตัวอย่างเปรียบเทียบเช่น

    Enermax 350 วัตต์ ที่จ่ายไฟ 12V ได้ 18A
    กับ Deluxe 400 วัตต์ ที่จ่ายได้แค่ 12A

    ถ้าเอาไปพ่วง ฮาร์ดดิสสักสามลูกกับ การ์ดจอ 6800GT (รุ่นบริโภคไฟ) เครื่องที่ใช้ Deluxe อาจจะดับไปดื้อ ๆ เวลาเล่นเกมส์ เพราะ เพาเวอร์จ่ายไฟให้ตอนเครื่องฟูลโหลดไม่พอครับ

    แล้ววัตต์แท้ คืออะไร??

    ถ้าคุณมีเพาเวอร์สองตัวที่จ่ายไฟได้ แอมป์เท่ากัน ได้วัตต์เท่ากัน
    ตัวตัดสินคุณภาพของเพาเวอร์คุณคือ ความเสถียร ของกระแสไฟที่เพาเวอร์ป้อนเข้าเครื่องคุณครับ เพราะตามหลักการของการเปลี่ยนสภาพของพลังงาน ที่เราเรียนกันสมัย ม. ต้น ทุกครั้งที่ไฟฟ้าแปลงสภาพเป็นพลังงานอื่น
    มันจะมีพลังงานบางส่วนที่เสียเปล่าไป

    ในการทำงานของ เพาเวอร์ฯ แต่ละตัวก็เช่นกัน ตลอดเวลาที่มันรับกระแสไฟจากเต้าปลั๊ก มาแปลงเป็นกำลังไฟ จ่ายให้
    เฟสต่าง ๆ ในเครื่องคุณมันจะมีการสูญเปล่าเช่นนี้เกิดขึ้น

    เพราะการสูญเปล่าที่ว่า ทำให้มันมีค่าเบี่ยงเบนเกิดขึ้น ทำให้กำลังไฟที่จ่ายออกจากเพาเวอร์จริง ไม่ได้ตรงกับฉลาก
    ร้อยเปอร์เซ็น อาจจะ80 85 90 ว่ากันไป และ เพราะการสูญเปล่าที่ว่า มันเกิดขึ้นตลอดเวลา มากบ้าง น้อยบ้าง
    ขึ้นอยู่กับกำลังการใช้ไฟของคอมฯ และประสิทธิภาพการระบายความร้อนของเพาเวอร์ (เพราะการสูญเปล่า ที่เกิดขึ้นจะกลายเป็น
    พลังงานความร้อน ถ้าเพาเวอร์คุมอุณหภูมิให้คงที่ได้ ความร้อน
    ที่เกิดจากการสูญเปล่าฯ ก็จะคงที่ ถ้าไม่ได้ พลังงานที่เสียเปล่า
    มันก็จะสูงขึ้นตามความร้อนที่ปล่อยออกมา) ทำให้กระแสไฟ ที่จ่ายได้ ไม่นิ่งสนิท มีการเคลื่อนไหวขึ้นลงอยู่ตลอด

    ซึ่งผู้ผลิตแต่ละเจ้าก็จะออกแบบสินค้าตัวเองในแต่ละระดับราคา ให้มีค่าเบี่ยงเบนน้อยที่สุด และการจ่ายไฟนิ่งที่สุด

    คำว่า วัตต์แท้ จึงเกิดขึ้น เพื่อบอกให้ผู้บริโภครู้ว่า กำลังไฟที่ได้จากเพาเวอร์ตัวนี้ จะใกล้เคียงกับฉลาก และกระแสไฟที่ได้ จะนิ่งที่สุด ในทุกสภาวะการใช้งาน ไม่ใช่พอฟูลโหลดแล้วกำลังจะตกเพราะไม่สามารถควบคุณการสูญเปล่าของพลังงานได้


    ดังนั้น การจะเลือกเพาเวอร์ฯ สักตัวให้กับเครื่องของคุณ คุณต้องดูอะไร?

    1. จำนวน A ที่จ่ายได้ของไฟแต่ละเฟส ว่ามากพอจะรับมือกับชิ้นส่วนทีคุณมีอยู่ในเครื่องได้หรือไม่? (ดูจากฉลากข้างกล่อง)

    2. กำลังไฟที่จ่ายได้จริง หลังจากหักค่าเบี่ยงเบนระหว่างการใช้งาน ในสภาวะปรกติ (ดูจากฉลาก หรือผลทดสอบในเว็บต่าง ๆ)

    3. ความเสถียร ในการจ่ายไฟในสภาวะ ที่เครื่องทำงานเต็มกำลัง(ดูจากผลทดสอบในเว็บต่าง ๆ)

    ข้อ 1 เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ที่คุณควรจะดู เพราะอย่างที่ผมอธิบายไปแล้วในชั้นต้นว่า เพาเวอร์ที่ให้วัตต์มาก แต่ให้แรงดันแอมป์ไม่พอจะเลี้ยงชิ้นส่วนสำคัญ ๆ ในเครื่อง จะทำให้เครื่องคุณเกิดปัญหาได้

    ข้อ 2 และ 3 ขอให้พิจารณาเป็นปัจจัยรองลงไป ตามกำลังทรัพย์ ข้อมูลที่หาได้ และ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดนั่นคือ

    " พ ฤ ติ ก ร ร ม ก า ร ใ ช้ ง า น ข อ ง คุ ณ เ อ ง "

    เพราะแต่ละคนก็ใช้งานคอมหนักเบาไม่เหมือนกัน สำหรับคนที่ใช้เครื่องเสปคสูง มาทำงานเบา ๆ เป็นหลัก PSU ราคาถูกก็สามารถรับมือได้ราบรื่น เพราะ กำลังไฟที่ใช้ได้ ไม่ได้ถูกเอามาใช้จนสุดตลอดเวลา

    แต่ถ้าคนที่ใช้เสปคเท่ากัน แต่ใช้งานโหลด 7-80% ตลอด 6-7 ชั่วโมงต่อวัน ก็ควรพิจารณาเพาเวอร์ ที่ให้กำลังไฟ และความเสถียรสูง ๆ เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของคุณ

    ดังนั้นคงจะเข้าใจแล้วนะครับว่า ที่คนในบอร์ดเขาแนะนำให้ใช้วัตต์แท้ ราคาแพง ก็เพราะเขาไม่รู้ว่าพฤติกรรมการใช้งานของคุณอยู่ที่ระดับไหน ถ้าแนะนำของถูก กำลังแอมป์พอใช้ให้ไป แต่คุณเอาไปตัดต่อหนัง ทำงานทั้งวัน หรือเล่นเกมส์หนักๆ ที่มีการเรียกใช้กำลังจาก CPU การ์ดจอ HDD แรม(โดยผ่านทางเมนบอร์ด)ตลอดเวลา แล้วเครื่องพัง เขาก็ไม่สามารถไปแก้ไขอะไรให้คุณได้ ก็เลยต้องเผื่่อทุกอย่างไว้ก่อนเสมอ

    หวังว่า คห. นี้ คงเป็นประโยชน์ นะครับ " by Gearhead

    Comment


    • #3
      TAGAN TG500-U37 Power Supply 500W W/*PFC* 3 Yrs. 1530 HWH ไม่แพง 80+ ด้วย จ่ายไฟเต็ม

      รีวิว http://www.overclockzone.com/biwblac...watt/index.htm


      PFC ที่อยู่ใน Power Supply รุ่นใหม่ คืออะไร?

      Power Factor Correction (PFC) หมายถึง การแก้เพาว์เวอร์แฟกเตอร์ หรือภาษาทางไฟฟ้ากำลังเรียกว่า การปรับปรุงค่าตัวแปรประกอบกำลัง เป็นวิธีแก้ไขการจ่ายกำลังไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าให้มีค่าประสิทธิภาพสูงสุด มี 2 วิธีคือ แบบแอกตีฟ (Active PFC) และ แบบพาสซีฟ (Passive PFC).



      จากตารางด้านซ้าย 0.65 คือค่าเพาว์เวอร์แฟกเตอร์ปกติ สามารถจ่ายกำลังไฟฟ้าให้โหลดได้ 702 วัตต์ เมื่อปรับปรุงเพาว์เวอร์แฟกเตอร์เป็น 0.95 กำลังไฟฟ้าที่สามารถจ่ายให้โหลดสูงถึง 1015 วัตต์ เห็นได้ว่าเมื่อแก้เพาว์เวอร์แฟกเตอร์แล้วประสิทธิภาพการจ่ายกำลังไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 44%
      แอกตีฟ (Active PFC) เป็นวิธีแก้เพาว์เวอร์แฟกเตอร์ที่ให้ค่าประสิทธิภาพสูงสุด เพราะใช้อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์มาต่อเป็นวงจรแก้เพาว์เวอร์แฟกเตอร์ ตามทฤษฎีวงจรแอกตีฟสามารถให้เพาว์เวอร์แฟกเตอร์ได้สูงกว่า 95% มีการกำจัดสัญญาณรบกวนในแรงดันไฟฟ้าและสามารถเลือกรับแรงดันไฟตั้งแต่ 84VAC ถึง 265VAC ได้อัตโนมัติ
      พาสซีฟ (Passive PFC) เป็นวิธีแก้เพาว์เวอร์แฟกเตอร์อย่างง่าย ส่วนใหญ่ใช้ ตัวเก็บประจุประจุไฟฟ้าหรือคาปาซิเตอร์มาต่อเป็นวงจรกรองแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับด้านอินพุต วงจรพาสซีฟใช้วิธีคำนวณหาค่าคาปาซิเตอร์ให้เหมาะกับแรงดันไฟฟ้าและอุปกรณไฟฟ้า
      Last edited by Dasakorn; 5 May 2011, 23:38:24.

      Comment


      • #4
        ตามนั้น +1 ๆๆ เก็บๆ ความรู้กันอีกแล้ว อิอิ

        Comment

        Working...
        X