ความเดิมตอนที่แล้ว
. . . . . .
เช้าวันใหม่ ดวงอาทิตย์ทอแสง
มีคน 1 คน ท่าทางเร่งรีบเหมือนเวลาในชีวิตของเขาเหลือน้อยเต็มที
ที่หลังของเขาหอบกระเป๋าใบใหญ่อยู่ 1 ใบ ที่เขาประคองไว้อย่างดีตลอดทาง
สีหน้าของเขาช่างเคร่งเครียด . . . ดวงตาสีแดงก่ำ
ใช่แล้ว . . . คนๆนั้นก็คือผมนี่เอง
. . . ทา ดา ทา ดา . . . (นึกถึงเพลง intro การ์ตูนแนวลึกลับ)
เมื่อคืน . . . หลังจากได้ยินข้อความสุดท้ายก่อนที่สัญญาณโทรศัพท์มือถือจะตัดไป
ทำให้ผมครุ่นคิด ถึงเหตุการณ์ที่ผู้คนเหล่านั้นต้องเผชิญอยู่กับ The Shut Down
ไม่มีทางหนี ไม่มีทางต่อสู้ ได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรม . . .
ชะตากรรมของพวกเขาเหล่านั้นขึ้นอยู่กับเวลา . . .
เวลาที่หากผมไม่สามารถแก้ไขปริศนานี้ได้ภายในเวลา 10 โมงเช้าของวันพรุ่งนี้ ชีวิตของคนๆหนึ่งที่ผมรู้จักต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล
ตลอดทั้งคืน ผมจัดหาอุปกรณ์ทุกอย่างเท่าที่เวลาจะอำนวย เพื่อเตรียมไปเผชิญหน้ากับ The Shut Down
และพร้อมที่จะทำศึกชี้ขาดกัน
(ตัดภาพมายังสถานที่เกิดเหตุ)
ภาพของผู้ชายคนนึง ยืนท่ามกลางฝุ่นและหมอก จ้องมองไปยัง case ที่ตั้งตระหง่าน เหมือนท้าทายลิขิตสวรรค์
ผมหันไปมองที่ผู้เคราะห์ร้ายที่อยู่เพียงลำพัง
"คนอื่นๆ . . . เค้า . . . ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว" ผู้เคราะห์ร้ายพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้และสิ้นหวัง
ผมรู้สึกสงสารและเห็นใจเป็นอย่างมาก จึงตรงดิ่งเข้าไปยัง case พร้อมเผชิญหน้าสิ่งที่ลี้ลับเหนือธรรมชาติ
"เป็นไงเป็นกันวะ..." ผมพูดในใจพร้อมกระโจนเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุทันที
แต่ภาพที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าทำให้ผมถึงกับหยุดชะงัก
มันคือ เศษน็อต ของอะไรบางอย่างที่กระจายตามพื้น
"มันเป็นสิ่งที่เหลือไว้หลังจากการต่อสู้ของผู้อาสากับ Power Supply" ผู้เคราะห์ร้ายกล่าว
ผมจ้องมองไปยัง mainboard เพื่อหาร่องรอยไหม้ที่เป็นข้อความสุดท้ายของผู้อาสา
แต่กลับไม่พบอะไรเลย
ผมรีบกรูเข้าไปตามร่องรอยการต่อสู้ที่ทิ้งไว้ทันที และสิ่งที่ผมพบก็คือ สภาพของ Power Supply ที่แน่นิ่ง
ชิ้นส่วนกระจัดกระจาย ผมจ้องมองเข้าไปข้างในตัวมัน และค่อยๆบรรจงสำรวจ
พบน้ำสีเหลืองเอ่อล้น สภาพ C เริ่มบวม คิดว่ามันคงเสียชีวิตมานานแล้ว
ผมจ้องมองนาฬิกา เวลาไม่คอยท่า จึงรีบวางกระเป๋าที่พกมา พร้อมหยิบกล่องแพนโดร่า "Delux DLP-31A"
เชื่อมสายแห่งชีวิตให้กับเหล่าผู้บริสุทธิ์ที่แน่นิ่งภายใน case
ขณะที่ผมกำลังเตรียมการเพื่อเริ่มพิธีการศักดิ์สิทธิ์ ผมได้ตรวจสอบ ป้องกัน สถานที่เกิดเหตุอย่างสุดความสามารถ ไม่ให้มีสิ่งผิดพลาด เพื่อป้องกัน The Shut Down ที่อาจจะวกกลับมาทำร้ายพวกเราที่เหลือ
เมื่อทุกอย่างถูกติดตั้งอย่างถูกต้อง ผมจึงเริ่มพิธีกรรมขับไล่สิ่งชั่วร้ายและปลุกชีวิตให้กับเหล่าผู้ต้องคำสาปใน case
"แสงสว่าง จงเกิดขึ้น" ผมพูดพร้อมกับกดปุ่ม power
ทันใดนั้นเครื่อง PC ก็เริ่มทำงาน แสงสว่างที่หน้าจอสว่างจ้า โหลดเข้า window ได้ทันที
อาการ scan harddisk เองทุกครั้งที่เปิดเครื่องก็พลันหายไป
โอ้... พวกเราทำได้แล้ว
ผมหันไปมองหน้ากับผู้เคราะห์ร้าย มองเห็นดวงตาที่สดใส สวยงาม พลังชีวิตที่มีความหวังกลับมาสู่ชีวิตเค้าอีกครั้ง
. . . . .
ณ ห้องเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยสิ่งของวางรกเต็มไปหมด
ผมนั่งจ้องมองสิ่งของสิ่งหนึ่ง พร้อมกับได้แต่คิดว่า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งนั้นเหมือนฝันร้ายอันยาวนานตลอดหลายเดือนของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น
ในที่สุดมันก็สิ้นสุดลง
ผมจ้องมองไปยัง สิ่งที่ผู้คนเชื่อว่ามันคือ The Shut Down
"ลาก่อน" ผมพูดบอกลากับสิ่งนั้น










. . . ชา ลา ชา ลา . . . ลัล ลา . . . (นึกถึงเพลงตอนจบของการ์ตูนแบบสดใส)
. . . . . .
เช้าวันใหม่ ดวงอาทิตย์ทอแสง
มีคน 1 คน ท่าทางเร่งรีบเหมือนเวลาในชีวิตของเขาเหลือน้อยเต็มที
ที่หลังของเขาหอบกระเป๋าใบใหญ่อยู่ 1 ใบ ที่เขาประคองไว้อย่างดีตลอดทาง
สีหน้าของเขาช่างเคร่งเครียด . . . ดวงตาสีแดงก่ำ
ใช่แล้ว . . . คนๆนั้นก็คือผมนี่เอง
. . . ทา ดา ทา ดา . . . (นึกถึงเพลง intro การ์ตูนแนวลึกลับ)
เมื่อคืน . . . หลังจากได้ยินข้อความสุดท้ายก่อนที่สัญญาณโทรศัพท์มือถือจะตัดไป
ทำให้ผมครุ่นคิด ถึงเหตุการณ์ที่ผู้คนเหล่านั้นต้องเผชิญอยู่กับ The Shut Down
ไม่มีทางหนี ไม่มีทางต่อสู้ ได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรม . . .
ชะตากรรมของพวกเขาเหล่านั้นขึ้นอยู่กับเวลา . . .
เวลาที่หากผมไม่สามารถแก้ไขปริศนานี้ได้ภายในเวลา 10 โมงเช้าของวันพรุ่งนี้ ชีวิตของคนๆหนึ่งที่ผมรู้จักต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล
ตลอดทั้งคืน ผมจัดหาอุปกรณ์ทุกอย่างเท่าที่เวลาจะอำนวย เพื่อเตรียมไปเผชิญหน้ากับ The Shut Down
และพร้อมที่จะทำศึกชี้ขาดกัน
(ตัดภาพมายังสถานที่เกิดเหตุ)
ภาพของผู้ชายคนนึง ยืนท่ามกลางฝุ่นและหมอก จ้องมองไปยัง case ที่ตั้งตระหง่าน เหมือนท้าทายลิขิตสวรรค์
ผมหันไปมองที่ผู้เคราะห์ร้ายที่อยู่เพียงลำพัง
"คนอื่นๆ . . . เค้า . . . ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว" ผู้เคราะห์ร้ายพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้และสิ้นหวัง
ผมรู้สึกสงสารและเห็นใจเป็นอย่างมาก จึงตรงดิ่งเข้าไปยัง case พร้อมเผชิญหน้าสิ่งที่ลี้ลับเหนือธรรมชาติ
"เป็นไงเป็นกันวะ..." ผมพูดในใจพร้อมกระโจนเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุทันที
แต่ภาพที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าทำให้ผมถึงกับหยุดชะงัก
มันคือ เศษน็อต ของอะไรบางอย่างที่กระจายตามพื้น
"มันเป็นสิ่งที่เหลือไว้หลังจากการต่อสู้ของผู้อาสากับ Power Supply" ผู้เคราะห์ร้ายกล่าว
ผมจ้องมองไปยัง mainboard เพื่อหาร่องรอยไหม้ที่เป็นข้อความสุดท้ายของผู้อาสา
แต่กลับไม่พบอะไรเลย
ผมรีบกรูเข้าไปตามร่องรอยการต่อสู้ที่ทิ้งไว้ทันที และสิ่งที่ผมพบก็คือ สภาพของ Power Supply ที่แน่นิ่ง
ชิ้นส่วนกระจัดกระจาย ผมจ้องมองเข้าไปข้างในตัวมัน และค่อยๆบรรจงสำรวจ
พบน้ำสีเหลืองเอ่อล้น สภาพ C เริ่มบวม คิดว่ามันคงเสียชีวิตมานานแล้ว
ผมจ้องมองนาฬิกา เวลาไม่คอยท่า จึงรีบวางกระเป๋าที่พกมา พร้อมหยิบกล่องแพนโดร่า "Delux DLP-31A"
เชื่อมสายแห่งชีวิตให้กับเหล่าผู้บริสุทธิ์ที่แน่นิ่งภายใน case
ขณะที่ผมกำลังเตรียมการเพื่อเริ่มพิธีการศักดิ์สิทธิ์ ผมได้ตรวจสอบ ป้องกัน สถานที่เกิดเหตุอย่างสุดความสามารถ ไม่ให้มีสิ่งผิดพลาด เพื่อป้องกัน The Shut Down ที่อาจจะวกกลับมาทำร้ายพวกเราที่เหลือ
เมื่อทุกอย่างถูกติดตั้งอย่างถูกต้อง ผมจึงเริ่มพิธีกรรมขับไล่สิ่งชั่วร้ายและปลุกชีวิตให้กับเหล่าผู้ต้องคำสาปใน case
"แสงสว่าง จงเกิดขึ้น" ผมพูดพร้อมกับกดปุ่ม power
ทันใดนั้นเครื่อง PC ก็เริ่มทำงาน แสงสว่างที่หน้าจอสว่างจ้า โหลดเข้า window ได้ทันที
อาการ scan harddisk เองทุกครั้งที่เปิดเครื่องก็พลันหายไป
โอ้... พวกเราทำได้แล้ว
ผมหันไปมองหน้ากับผู้เคราะห์ร้าย มองเห็นดวงตาที่สดใส สวยงาม พลังชีวิตที่มีความหวังกลับมาสู่ชีวิตเค้าอีกครั้ง
. . . . .
ณ ห้องเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยสิ่งของวางรกเต็มไปหมด
ผมนั่งจ้องมองสิ่งของสิ่งหนึ่ง พร้อมกับได้แต่คิดว่า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ สถานที่แห่งนั้นเหมือนฝันร้ายอันยาวนานตลอดหลายเดือนของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น
ในที่สุดมันก็สิ้นสุดลง
ผมจ้องมองไปยัง สิ่งที่ผู้คนเชื่อว่ามันคือ The Shut Down
"ลาก่อน" ผมพูดบอกลากับสิ่งนั้น










. . . ชา ลา ชา ลา . . . ลัล ลา . . . (นึกถึงเพลงตอนจบของการ์ตูนแบบสดใส)
Comment