Announcement

Collapse
No announcement yet.

[<[PROJECT SKYBRIDGE]>] : เมื่อสองโลกรวมเป็นหนึ่ง !

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • [<[PROJECT SKYBRIDGE]>] : เมื่อสองโลกรวมเป็นหนึ่ง !

    AMD คือผู้ผลิตโปรเซสเซอร์ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกแนวความคิดใหม่ๆ ให้กับโลกซิลิคอน ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยี 64 บิตมาใช้เป็นรายแรกๆ ไปจนถึงการรวมจีพียูและซีพียูเข้าไว้ด้วยกันภายในชิพตัวเดียว หรือที่เรียกว่าเอพียู จึงทำให้นวัตกรรมคือสิ่งที่อยู่เหนืออื่นใดเมื่อกล่าวถึงโปรเซสเซอร์จากค่ายนี้ อีกทั้งหากจะให้เอ่ยถึงความคุ้มค่าคุ้มราคาแล้วล่ะก็เชื่อได้เลยไม่ว่าใครก็จะต้องแนะนำให้ใช้ AMD ก่อนเป็นแน่

    และเมื่อช่วงที่ผ่านมา AMD ได้เปิดตัวโร้ดแม็ปที่เรียกว่า ambidextrous computing ซึ่งเป็นแนวคิดการผสานการใช้งานชิพสถาปัตยกรรม x86 และ ARM เข้าไว้ด้วยกันภายใต้แพลตฟอร์มเดียว แต่ก่อนที่จะลงลึกในรายละเอียด ผมขอแนะนำให้รู้จักกับคุณสมบัติของโลกโปรเซสเซอร์ทั้งสองอย่างคร่าวๆ ก่อนนะครับ




    X86 vs. ARM: เส้นคู่ขนานที่ไม่มีวันบรรจบ?

    โปรเซสเซอร์ในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 สถาปัตยกรรมด้วยกัน คือ x86 กับ ARM ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป แต่ไม่ว่าจะแตกต่างสักเพียงไหน เพื่อนๆ ย่อมต้องได้สัมผัสกับพวกมันทั้งคู่อยู่ทุกวันแน่นอน

    เริ่มจาก x86 ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดย Intel ในยุคที่เพิ่งบุกเบิกตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ส่วนสาเหตุที่ถูกเรียกว่า x86 ก็เพราะชื่อของโปรเซสเซอร์รุ่นแรกๆ มักลงท้ายด้วยเลข 86 เช่น 80286, 80386 และ 80486 เป็นต้น ซึ่งต่อมาโปรเซสเซอร์ตระกูลนี้ก็ถูกเปลี่ยนไปใช้ชื่อ Pentium ที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นเอง


    AMD FX ชิพตัวแรงที่ใช้สถาปัตยกรรม x86

    ข้อดีของสถาปัตยกรรมดังกล่าวที่ทุกคนสามารถรับรู้ได้ก็คือประสิทธิภาพอันเหลือล้น จึงได้มีการนำไปใช้กับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป โน้ตบุ๊ก และเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็ก เพราะสามารถรองรับการใช้งานร่วมกับซอฟแวร์ระดับมืออาชีพได้หลากหลาย รวมทั้งการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่เราชื่นชอบด้วย อ้อ? เกือบลืมบอกไปว่าโปรเซสเซอร์ที่อยู่ในเครื่องเล่นเกมคอนโซลรุ่นปัจจุบันอย่าง Xbox One และ PlayStation 4 ก็ใช้สถาปัตยกรรมนี้เช่นกัน ซึ่งในทางเทคนิคแล้วก็จะช่วยให้การพอร์ตเกมจากเครื่องดังกล่าวมาลงพีซีทำได้ง่ายขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของโปรเซสเซอร์สถาปัตยกรรม x86 ก็คือการสิ้นเปลืองพลังงาน จึงทำให้ไม่เหมาะจะใช้กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาอย่างแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ทางออกที่ดีที่สุดก็คือเปลี่ยนไปใช้สถาปัตยกรรมอื่นที่มีความซับซ้อนและใช้พลังงานน้อยกว่า ซึ่งในปัจจุบันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ ARM ที่ได้รับการพัฒนาโดย ARM Holdings จากแดนผู้ดีอังกฤษ

    สถาปัตยกรรมของ ARM มีจุดเด่นที่โครงสร้างภายในมีความซับซ้อนและใช้จำนวนทรานซิสเตอร์ที่น้อยกว่า ทำให้ช่วยลดต้นทุนการผลิต ความร้อน และการใช้พลังงานเมื่อเทียบกับสถาปัตยกรรม x86 เราจึงได้เห็นผู้ผลิตต่างๆ มากมายนำพิมพ์เขียวของ ARM ไปพัฒนาต่อยอดเป็นโปรเซสเซอร์ของตนอย่างมากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็นชิพ Tegra จาก NVIDIA หรือชิพตระกูล A จาก Apple แน่นอนว่าก็เพื่อนำไปใช้กับบรรดาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาที่ต้องอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่เป็นอาหารหลัก ถึงแม้ว่าปัจจุบันเราจะเห็นแท็บเล็ตกับสมาร์ทโฟนรุ่นที่ใช้ชิพ x86 จาก Intel วางตลาดกันบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นรุ่นระดับกลางค่อนไปทางล่าง ส่วนรุ่นที่เป็นเรือธงของแต่ละค่ายใหญ่ก็ยังคงใช้โปรเซสเซอร์สถาปัตยกรรม ARM อยู่นั่นเอง แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ผู้ผลิตมีให้กับโครงสร้างนี้


    ชิพ ARM พบได้ทั่วไปในมือถือและแท็บเล็ต

    แน่นอนว่าทั้งสองสถาปัตยกรรมนั้นไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ เพราะมีความแตกต่างเป็นอย่างมากตั้งแต่ชั้นของโครงสร้าง เป็นเหตุให้ผู้พัฒนาต้องออกแบบซอฟแวร์หรือแอปพลิเคชันเฉพาะให้กับแต่ละสถาปัตยกรรม แต่จะเป็นอย่างไรเมื่อ AMD เกิดขึ้นการณ์ใหญ่ มุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถรองรับได้ทั้ง ARM และ x86 โดยที่ผู้ใช้สามารถสลับเปลี่ยนไปใช้งานได้ตามใจชอบ?


    Project SkyBridge

    จำได้ว่าสมัยที่ AMD ประกาศจะรวมซีพียูกับจีพียูเข้าไว้ด้วยกันผมก็แอบนึกในใจว่ามันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ แต่หลังจากที่พยายามอยู่นาน AMD ก็สามารถพัฒนาชิพเอพียูได้เป็นผลสำเร็จ และที่สำคัญคือมันสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดีเสียด้วย แต่ความรู้สึก ดิส-อิส-เครซี่! ที่ว่าได้แล่นเข้าสู่หัวสมองของผมอีกครั้งเมื่อได้ยินข่าวเกี่ยวกับ Project SkyBridge ที่ AMD หวังจะสร้างสะพานเชื่อมโลกโปรเซสเซอร์ทั้งสองเข้าด้วยกัน


    โร้ดแม็ป Project SkyBridge ของ AMD

    AMD ได้ร่างกรอบการปฏิบัติงานไว้โดยคร่าวว่า ภายในปี 2015 เราจะเริ่มเห็นชิพในตระกูล Project SkyBridge อย่างเป็นตัวเป็นตน โดยจะมีทั้งที่เป็นเอพียูและชิพอเนกประสงค์ (SoCs) แน่นอนว่าทั้งคู่จะได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานบนซ็อกเก็ตเดียวกันได้ โมเดลที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM จะใช้คอร์ ARM Cortex-A57 ส่วนโมเดลที่ใช้สถาปัตยกรรม x86 จะใช้คอร์ Puma+ และจะมีกระบวนการผลิต 20 นาโนเมตร นอกจากนี้ทั้งคู่จะได้รับการเสริมทัพความแรงในการประมวลผลกราฟิกด้วย Graphics Core Next (GCN) แบบเดียวกับที่ใช้ในจีพียู Radeon ส่วนในปี 2016 นั้นเราก็จะเห็นชิพ ARM ฝีมือ AMD ที่ในตอนนี้มีเพียงชื่อรหัสว่า K12 รวมทั้งชิพ x86 ใหม่ที่ยังไม่ทราบชื่อ โดยประเด็นที่น่าสนใจคือ AMD ได้ตัวนาย Jim Keller ที่เคยฝากผลงานการออกแบบชิพ A4/A5 ของ Apple มาเป็นหัวหน้าในการพัฒนาชิพทั้งคู่อีกด้วย

    สรุป

    ในตอนนี้ AMD ยังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนนักว่าผู้บริโภคทั่วไปจะได้รับประโยชน์อะไรจาก Project SkyBridge เพราะอยู่ๆ เราคงไม่นึกสนุกเปลี่ยนโปรเซสเซอร์ฆ่าเวลาเล่นเป็นแน่ แต่ความสามารถในการถอดสลับชิ้นส่วนไปได้อย่างยืดหยุ่นแบบนี้ทำให้ผมนึกถึงคอนเซปต์คอมพิวเตอร์แบบโมดูล่าอย่าง Project Christine หรือ Project Ara สมาร์ทโฟนเปลี่ยนเครื่องในได้ของ Google


    Project SkyBridge หวังว่าปีหน้าจะได้เจอกัน

    ความเป็นไปได้สำหรับ Project SkyBridge ที่ผมพอจะมองเห็นก็คือการนำไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ไฮบริด ซึ่งในอนาคตจะไม่ได้เป็นเพียงแท็บเล็ตที่กลายร่างเป็นโน้ตบุ๊กได้เท่านั้น แต่ยังสามารถถอดเปลี่ยนโมดูลของโปรเซสเซอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งานได้อีกด้วย สมมติว่าเราต้องการใช้ซอฟแวร์ที่ต้องใช้โปรเซสเซอร์ประสิทธิภาพสูง ก็เพียงเสียบโมดูลโปรเซสเซอร์ x86 เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างไหลลื่น ทำงานไปได้สักพักเราอยากออกไปแฮงค์เอาท์กับเพื่อนข้างนอกก็เปลี่ยนเป็นโมดูล ARM เพื่อการประหยัดพลังงานสูงสุด เป็นต้น

    *อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวต้องการการสนับสนุนจากผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์เป็นอย่างมาก ตลอดจนความยุ่งยากที่ต้องคอยสลับชิ้นส่วนไปมาก็อาจทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มเบือนหน้าหนี อุปกรณ์แบบไฮบริดดังกล่าวจึงยังต้องอาศัยเวลาในการพิสูจน์ว่าจะสามารถไปได้ไกลแค่ไหนในสายตาของผู้บริโภค*

    แต่อย่างน้อย Project SkyBridge ก็ได้เปิดโอกาสให้เราจินตนาการไปล่วงหน้าแล้วล่ะครับ


    AMD looks to merge its x86 and ARM designs via Project SkyBridge that utilizes a common on-chip fabric.

    AMD has demonstrated its Seattle ARM-based 64-bit server chips for the first time, insisting that the days of x86 dominating the data center are numbered…

    AMD today announced a roadmap of near- and mid-term computing solutions that harness the best characteristics of both the x86 and ARM ecosystems, called "ambidextrous computing." The cornerstone of this roadmap is the announcement of AMD's 64-bit ARM architecture license for the development of custo...

  • #2
    เกมส์ PC บน tablet Android !!

    Comment


    • #3
      มันจะกลายเป็น แรง กินไฟน้อยลง เย็นขึ้น มีการ์ดจอแบบ apu หรือเปล่าหว่า


      ปล. แต่ถ้าราคาแรงนี่ไม่ยอมนะเออ

      Comment


      • #4
        อนาคตเราจะได้เห็นอุปกรณ์มือถือ tablet ติดพัดลมระบายความร้อน

        Comment


        • #5
          เพิ่งซื้อโทรศัพท์มาใหม่.... แต่ก็คาดว่าอีกนานกว่าจะได้ใช้ project นี้

          Comment


          • #6
            หรือมันจะ 2 อย่างใน Die เดียว เลยเลือกสลับไปมาได้เลย ถ้าเช่นนั้นคงอึ้งกันไปเลย โอ้แจ่มแมวตัวผู้

            Originally posted by grungust View Post
            อนาคตเราจะได้เห็นอุปกรณ์มือถือ tablet ติดพัดลมระบายความร้อน
            ผมก็อยากแกะฝาหลังมือถือผมแล้วเอาซิ้งเม็ดเล็กๆแปะใจจะขาดละร้อนจริงๆ

            Comment


            • #7
              ก็เป็น ผลงาน Jim keller น่ะแหละให้ชมก่อนดูผลงานแกปีหน้า กะเอพียู เจนใหม่

              เสริมให้ข่าวนิดว่า jim ไม่เชิงว่าเป้นคนของแอปเปิ้ล
              เพราะว่่าเดิมที แกคือคนอออกแบบ k7 k8 และเจ้าของ athlon FX ก่อนจะย้ายไปทำงานกับ แอ็ปเปิ้ล
              จนปีที่แล้วกระมังที่ amd ขอแกกลับมาช่วยงาน เอเอ้มดีอีกครั้ง ก็ย้ายกลับมา amd น่ะแหละ

              เป้นแนวถนัดของแก ชิ้นเก่าๆๆก็ออกแบบ โหมดใน X86-64 ให้เราได้ใช้กันในปัจจุบันทั้ง อินเทล amd
              Last edited by micronz; 4 Oct 2014, 14:53:13.

              Comment


              • #8
                ขอบคุณท่าน micronz ครับ

                Comment


                • #9
                  amd สู้ๆ

                  Comment

                  Working...
                  X