ในการ overclock CPU แต่เดิมเราจะลาก Bus ในระบบ ซึ่งมันส่งผลทั้ง Bus RAM และ Bus ของ HTT สูงขึ้นด้วย ทำให้ส่งผลต่อความเสถียรของระบบ เพราะ Limit ของการรับไหวของ RAM และหลายๆปัจจัยจะแตกต่างกันออกไป
แต่ BE หรือที่เราเรียกกันว่า Black Edition นั้น เราสามารถปรับเพิ่มตัวคูณขึ้นมาได้เลยครับ เมื่อตัวคูณของ CPU สูงขึ้น แต่ Bus ระบบเท่าเดิม ผลก็คือความถี่ของ CPU สูงขึ้นจากเดิมนั่นเอง โดยที่ไม่ต้องไปส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ
สรุปก็คือ BE หรือ Black Edition นั้น เป็นการระบุในรุ่น CPU ของ AMD ว่า CPU ตัวนั้น unlock ตัวคูณมาให้ สามารถปรับเพิ่มตัวคูณขึ้นไปได้ ซึ่ง FX จะเป็น BE ทุกตัวครับ ส่วนรุ่นก่อนหน้านี้ ถ้าไม่มี BE ก็ปรับตัวคูณเพิ่มไม่ได้นะครับ
ในฝั่ง Intel ก็มี CPU ที่ unlock ตัวคูณมาให้เช่นกัน ซึ่งจะเป็นชื่อรุ่น CPU ที่ลงท้ายด้วย K เช่น i7-3770K , i5-3570K เป็นต้น ซึ่งเมื่อใช้ CPU ที่รหัสต่อท้ายด้วย K แล้ว เงื่อนไขก็คือ ต้องใช้ร่วมกับเมนบอร์ดที่เป็นชิป Z เท่านั้น จึงจะใช้ function นี้ได้
ในการ overclock CPU แต่เดิมเราจะลาก Bus ในระบบ ซึ่งมันส่งผลทั้ง Bus RAM และ Bus ของ HTT สูงขึ้นด้วย ทำให้ส่งผลต่อความเสถียรของระบบ เพราะ Limit ของการรับไหวของ RAM และหลายๆปัจจัยจะแตกต่างกันออกไป
แต่ BE หรือที่เราเรียกกันว่า Black Edition นั้น เราสามารถปรับเพิ่มตัวคูณขึ้นมาได้เลยครับ เมื่อตัวคูณของ CPU สูงขึ้น แต่ Bus ระบบเท่าเดิม ผลก็คือความถี่ของ CPU สูงขึ้นจากเดิมนั่นเอง โดยที่ไม่ต้องไปส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ
สรุปก็คือ BE หรือ Black Edition นั้น เป็นการระบุในรุ่น CPU ของ AMD ว่า CPU ตัวนั้น unlock ตัวคูณมาให้ สามารถปรับเพิ่มตัวคูณขึ้นไปได้ ซึ่ง FX จะเป็น BE ทุกตัวครับ ส่วนรุ่นก่อนหน้านี้ ถ้าไม่มี BE ก็ปรับตัวคูณเพิ่มไม่ได้นะครับ
ในฝั่ง Intel ก็มี CPU ที่ unlock ตัวคูณมาให้เช่นกัน ซึ่งจะเป็นชื่อรุ่น CPU ที่ลงท้ายด้วย K เช่น i7-3770K , i5-3570K เป็นต้น ซึ่งเมื่อใช้ CPU ที่รหัสต่อท้ายด้วย K แล้ว เงื่อนไขก็คือ ต้องใช้ร่วมกับเมนบอร์ดที่เป็นชิป Z เท่านั้น จึงจะใช้ function นี้ได้
Comment