ไม่เป็นไรครับ
>>คำถามแรกนะครับ Max clock speed 800 MHz, 1.4 GHz, 2.6 GHz เป็นการบ่งบอกถึง การ Support clock speed ของ CPU ใน HTT ver นั้นๆครับ
ยกตัวอย่าง
- อย่างใน Athlon 64 ที่รองรับ Bus แบบ HTT 1600 MT/s (Megatransfer Per Second) เจ้า 1600 คือ ความถี่ effective ของบัสซึ่งจะมีค่าเป็น 2 เท่าของความถี่ของสัญญาณนาฬิกาที่ใช้ เพราะบัส HyperTransport จะรับ/ส่งข้อมูลที่ทั้งขอบขาขึ้นและขอบขาลงของ clock (ไป/กลับ) จากที่ HTT 1.0 Support clock speed 800 MHz ครับ ดังนั้น รวมทั้งขา ไป/กลับ จะได้ บัส system คือ 1600 MHz ครับ มากกว่า FSB ของ Intel ในปัจจุบันเพื่อลดอาการคอขวด ความล่าช้าทางเวลาต่ำ (low latency), และใช้จำนวนสายเชื่อมต่อน้อยทำให้ออกแบบได้ง่าย และเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อระหว่างซีพียูกับชิปเซต, ส่วนต่างๆ ของชิปเซตครับ
และนี่เองอาจเป็นสิ่งที่บอกว่าทำไม Core 2 Quadro ที่ bus 1066 จึงมีผลทดสอบที่แย่กว่า Core 2 Duo ในบาง Application ถกเถียงกันว่ามาจากเกิดปัญหาคอขวด
>>ต่อมา ที่บอกว่า (6.4 GB/s per link) นี่หมายความว่ายังไง
ลองดูจากตารางนี้ก่อนนะครับ

หลักแรกสุดของตารางคือความถี่ effective ของบัสซึ่งจะมีค่าเป็น 2 เท่าของความถี่ของสัญญาณนาฬิกา ถัดมาเป็นตัวเลขแสดงความกว้างของบัสในหน่วย bit 2-32 เลขในวงเล็บ คือ จำนวนของสายที่ต้องใช้ในการสร้างบัสที่มีความกว้างแต่ละค่า จะเห็นได้ว่าที่ บัส 1600 MHz จะได้ความเร็วสูงสุดในการถ่ายเทข้อมูลที่ 6400 MB/sec ในแต่ละทิศทาง และสามารถปรับเปลี่ยนความกว้างของบัสเป็น 2, 4, 8, 16 และ 32 บิตและเปลี่ยนความถี่เป็น 400, 600, 800, 1000, 1200 และ 1600 MHz เพื่อให้ได้อัตราการถ่ายเทข้อมูลตามที่ต้องการจาก 100 MB/Sec จนถึง 6400 MB/Sec ทั้งไปและกลับ ดังนั้น MAX Aggregate Bandwidth (32-bit link) จะเท่ากับ 12800 MB/Sec ครับ ทั้ง ไปและกลับ
ที่บอก per link นั้นหมายถึงในแต่ละช่องทางครับ อย่างที่บอกไปแล้วว่า การเชื่อมต่ออุปกรณ์ I/O ของ Hypertransport มีรูปแบบหลายประการ ได้แก่ การเชื่อมต่อระหว่างจุด หรืออุปกรณ์กับอุปกรณ์ (Point to Point), แบบ Star, แบบ Daisy Chain รวมทั้งแบบ Switching โดยระบบ Daisy Chain เป็นการเชื่อมต่อแบบพ่วงกัน HyperTransport สามารถเชื่อมโยงอุปกรณ์ I/O ต่างๆด้วยความเร็วสูง ได้มากถึง 31 อุปกรณ์ หรือแต่ละช่องทางนั่นเองครับ ด้วย Bandwidth 12.8 ไป/กลับ หรือ (6.4 GB/s per link)
>>สุดท้าย ที่คุณลองคูณด้วย 32 แล้วมันได้ 44800 ไม่เท่ากับ 22.40 GB/s นั้น
32 bit ไม่ได้หมายถึง 32 เท่า นะครับ
ก่อนอื่น binary digit หรือ bit เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลในคอมพิวเตอร์ bit มีค่าเป็นเลขฐานสองเดี่ยว คือ 0 หรือ 1 ซึ่งโดยทั่วไปมีการออกแบบในการเก็บข้อมูลและประมวลผลคำสั่งแบบหลายบิตที่เรียกว่า Byte (ไบต์) โดย 8 bit ต่อ 1 ไบต์ จากในตาราง bit อ้างอิงถึง ขนาดช่องสัญญาณ หรือ ความกว้างของ Bus ได้แก่ 2, 4, 8, 16, 32 ดังนั้น ความยาว 32 บิต หรือ ความยาว 16 บิต จะมีค่าเป็น 4 และ 2 Byte ตามลำดับ(full-word และ half-word) ดังนั้น 1600*4 ที่ 32 bit จะได้ 6400 หรือ 6.4 GB/s per link ครับ สำหรับ HTT 1.0 และ 2800*4 = 11.2 GB/s per link ครับ
>>คำถามแรกนะครับ Max clock speed 800 MHz, 1.4 GHz, 2.6 GHz เป็นการบ่งบอกถึง การ Support clock speed ของ CPU ใน HTT ver นั้นๆครับ
ยกตัวอย่าง
- อย่างใน Athlon 64 ที่รองรับ Bus แบบ HTT 1600 MT/s (Megatransfer Per Second) เจ้า 1600 คือ ความถี่ effective ของบัสซึ่งจะมีค่าเป็น 2 เท่าของความถี่ของสัญญาณนาฬิกาที่ใช้ เพราะบัส HyperTransport จะรับ/ส่งข้อมูลที่ทั้งขอบขาขึ้นและขอบขาลงของ clock (ไป/กลับ) จากที่ HTT 1.0 Support clock speed 800 MHz ครับ ดังนั้น รวมทั้งขา ไป/กลับ จะได้ บัส system คือ 1600 MHz ครับ มากกว่า FSB ของ Intel ในปัจจุบันเพื่อลดอาการคอขวด ความล่าช้าทางเวลาต่ำ (low latency), และใช้จำนวนสายเชื่อมต่อน้อยทำให้ออกแบบได้ง่าย และเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อระหว่างซีพียูกับชิปเซต, ส่วนต่างๆ ของชิปเซตครับ
และนี่เองอาจเป็นสิ่งที่บอกว่าทำไม Core 2 Quadro ที่ bus 1066 จึงมีผลทดสอบที่แย่กว่า Core 2 Duo ในบาง Application ถกเถียงกันว่ามาจากเกิดปัญหาคอขวด
>>ต่อมา ที่บอกว่า (6.4 GB/s per link) นี่หมายความว่ายังไง
ลองดูจากตารางนี้ก่อนนะครับ

หลักแรกสุดของตารางคือความถี่ effective ของบัสซึ่งจะมีค่าเป็น 2 เท่าของความถี่ของสัญญาณนาฬิกา ถัดมาเป็นตัวเลขแสดงความกว้างของบัสในหน่วย bit 2-32 เลขในวงเล็บ คือ จำนวนของสายที่ต้องใช้ในการสร้างบัสที่มีความกว้างแต่ละค่า จะเห็นได้ว่าที่ บัส 1600 MHz จะได้ความเร็วสูงสุดในการถ่ายเทข้อมูลที่ 6400 MB/sec ในแต่ละทิศทาง และสามารถปรับเปลี่ยนความกว้างของบัสเป็น 2, 4, 8, 16 และ 32 บิตและเปลี่ยนความถี่เป็น 400, 600, 800, 1000, 1200 และ 1600 MHz เพื่อให้ได้อัตราการถ่ายเทข้อมูลตามที่ต้องการจาก 100 MB/Sec จนถึง 6400 MB/Sec ทั้งไปและกลับ ดังนั้น MAX Aggregate Bandwidth (32-bit link) จะเท่ากับ 12800 MB/Sec ครับ ทั้ง ไปและกลับ
ที่บอก per link นั้นหมายถึงในแต่ละช่องทางครับ อย่างที่บอกไปแล้วว่า การเชื่อมต่ออุปกรณ์ I/O ของ Hypertransport มีรูปแบบหลายประการ ได้แก่ การเชื่อมต่อระหว่างจุด หรืออุปกรณ์กับอุปกรณ์ (Point to Point), แบบ Star, แบบ Daisy Chain รวมทั้งแบบ Switching โดยระบบ Daisy Chain เป็นการเชื่อมต่อแบบพ่วงกัน HyperTransport สามารถเชื่อมโยงอุปกรณ์ I/O ต่างๆด้วยความเร็วสูง ได้มากถึง 31 อุปกรณ์ หรือแต่ละช่องทางนั่นเองครับ ด้วย Bandwidth 12.8 ไป/กลับ หรือ (6.4 GB/s per link)
>>สุดท้าย ที่คุณลองคูณด้วย 32 แล้วมันได้ 44800 ไม่เท่ากับ 22.40 GB/s นั้น
32 bit ไม่ได้หมายถึง 32 เท่า นะครับ
ก่อนอื่น binary digit หรือ bit เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลในคอมพิวเตอร์ bit มีค่าเป็นเลขฐานสองเดี่ยว คือ 0 หรือ 1 ซึ่งโดยทั่วไปมีการออกแบบในการเก็บข้อมูลและประมวลผลคำสั่งแบบหลายบิตที่เรียกว่า Byte (ไบต์) โดย 8 bit ต่อ 1 ไบต์ จากในตาราง bit อ้างอิงถึง ขนาดช่องสัญญาณ หรือ ความกว้างของ Bus ได้แก่ 2, 4, 8, 16, 32 ดังนั้น ความยาว 32 บิต หรือ ความยาว 16 บิต จะมีค่าเป็น 4 และ 2 Byte ตามลำดับ(full-word และ half-word) ดังนั้น 1600*4 ที่ 32 bit จะได้ 6400 หรือ 6.4 GB/s per link ครับ สำหรับ HTT 1.0 และ 2800*4 = 11.2 GB/s per link ครับ
Comment