ในวันแถลงข่าวซีพียู AMD Ryzen3000 cpu มี ipc เพิ่ม 15% โดยประมาณกับall application ตามภาพ

การเพิ่มพลังให้กับ cpu 3000ซีรี่ในครั้งนี้ amd เลือกที่จะเพิ่ม IPC มากกว่าการเพิ่ม MHz

เพราะทีมวิศวกรต่างเล็งเห็นแล้วว่า หากจะตะบี่ตะบันเพิ่มMHz ก็เป็นอะไรที่ทำได้โดยง่าย เพียงแค่นำสถาปัตยกรรม Zen+ มาผลิตที่กระบวนการ 7 nmเท่านั้นก็ได้ซีพียูที่Mhz สูงปรี๊ด(ซึ่งมีผลทางใจสำหรับบางคน)
แต่การทำเช่นนี้ย่อมส่งผลถึงความร้อนของซีพียูที่จะตามมาอีกด้วย เพราะที่Mhzสูงๆ ความร้อนก็เป็นเงาตามตัว
ดังนั้นจึงได้ข้อสรุปว่า ควรจะเพิ่มประสิทธิภาพของซีพียูด้วยการเพิ่ม IPC จะดีกว่า ด้วยการออกแบบดังกล่าวย่อมส่งผลดีต่อผู้บริโภคมากกว่า
การขายซีพียูก็มีซิ้งพัดลมแถมมาในกล่อง บางรุ่นมีพัดลมไฟRGB มาด้วย มีความฟรุ้งฟริ้ง อันนี้ชอบ
แต่ก็ยังมีคนสงสัยว่า IPC 15% คิดยังไง เทียบกับอะไร

ดังนั้นเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ จึงขอยืมตารางของท่าน MKOCZ การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของซีพียูเก่า Zen+) เปรียบเทียบกับซีพียู Ryzen 3000 ซีรี่
มาอธิบายเพื่อให้มีความเข้าใจ

ให้สังเกตที่ Base Clock และ Max Boost clock

ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างประกอบคำอธิบายภาพตามตารางเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างซีพียูไรเซน3000 กับซีพียูรุ่นก่อนหน้า(Zen+)
เริ่มที่ R7 3700X Base Clock 3.6 เมื่อเพิ่ม Ipc 15% จึงเท่ากับ 3.6x1.15=4.14Ghz(ของเจนเก่า Zen+)
Boost Clock 4.4เมื่อเพิ่ม Ipc 15% จึงเท่ากับ 4.4x1.15=5.06Ghz(ของเจนเก่า Zen+)
รุ่นอื่นๆก็เช่นเดียวกันประสิทธิภาพเพิ่มมา15% จึงต้องคูณ 1.15 (หนึ่งจุุดหนึ่งห้า) ก็คงพอเข้าใจกันนะครับ
ดังนั้นในการตรวจสอบประสิทธิภาพของซีพียูที่เพิ่มขึ้นมา เราจะเห็นได้ว่า เพราะเหตุใดZen2 หรือไรเซน3000 วิ่งที่คล็อกสปีดต่ำๆ แต่ทำไมจึงดูปรู๊ดปร๊าดหนักหนา
เล่นเกมส์ไล่บี้ จี้ก้นซีพียูของฝั่งอินเทลผลัดกันแพ้ชนะ ส่วนงานMulti Task และ Multi Thrade ก็ทำได้ดีกว่า
ก็เพราะเมื่อเทียบกับสัญญาณนาฬิกาของเจนเก่าZen+แล้วซึ่งเท่ากับว่าเจนเก่าต้องวิ่งที่ 5GHz นั่นเอง จึงจะมีประสิทธิภาพเท่ากับ 4.4GHz ของไรเซน3000
ที่มาอธิบายใหเห็นภาพแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องการเลข 5GHz เหมือนกับฝั่งอินเทล ไม่เลยเราดูผลลัพธ์ของการประมวลผลต่างหาก
ไรเซน3000 วิ่งที่Mhzต่ำๆนั้นมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับตัวZen+ วิ่งที่Mhzสูงๆ
แนวโน้มRyzen 4000
1. คาดว่าจะเพิ่มคล๊อกสปีด MHz สูงขึ้น
2.มีการออกแบบใหม่สำหรับ Scalable Data Fabric (SDF) เพื่อให้Infinity Fabricจะมี NB Friquency ที่สูงขึ้นเพราะปัจจุบันวิ่งที่ครึ่งเดียวของความถี่แรมเช่น DDR4-2133 จะมีระนาบ SDF ทั้งหมดทำงานที่ 1,066 MHz
ส่งผลให้1CCD มีตัวเลขการเขียนที่ต่ำแต่ไม่ใช่ปัญหา ส่วนชิปไรเซน3000รุ่น 2CCDนั้นปกติ

การเพิ่มพลังให้กับ cpu 3000ซีรี่ในครั้งนี้ amd เลือกที่จะเพิ่ม IPC มากกว่าการเพิ่ม MHz

เพราะทีมวิศวกรต่างเล็งเห็นแล้วว่า หากจะตะบี่ตะบันเพิ่มMHz ก็เป็นอะไรที่ทำได้โดยง่าย เพียงแค่นำสถาปัตยกรรม Zen+ มาผลิตที่กระบวนการ 7 nmเท่านั้นก็ได้ซีพียูที่Mhz สูงปรี๊ด(ซึ่งมีผลทางใจสำหรับบางคน)
แต่การทำเช่นนี้ย่อมส่งผลถึงความร้อนของซีพียูที่จะตามมาอีกด้วย เพราะที่Mhzสูงๆ ความร้อนก็เป็นเงาตามตัว
ดังนั้นจึงได้ข้อสรุปว่า ควรจะเพิ่มประสิทธิภาพของซีพียูด้วยการเพิ่ม IPC จะดีกว่า ด้วยการออกแบบดังกล่าวย่อมส่งผลดีต่อผู้บริโภคมากกว่า
การขายซีพียูก็มีซิ้งพัดลมแถมมาในกล่อง บางรุ่นมีพัดลมไฟRGB มาด้วย มีความฟรุ้งฟริ้ง อันนี้ชอบ
แต่ก็ยังมีคนสงสัยว่า IPC 15% คิดยังไง เทียบกับอะไร

ดังนั้นเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ จึงขอยืมตารางของท่าน MKOCZ การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของซีพียูเก่า Zen+) เปรียบเทียบกับซีพียู Ryzen 3000 ซีรี่
มาอธิบายเพื่อให้มีความเข้าใจ

ให้สังเกตที่ Base Clock และ Max Boost clock

ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างประกอบคำอธิบายภาพตามตารางเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างซีพียูไรเซน3000 กับซีพียูรุ่นก่อนหน้า(Zen+)
เริ่มที่ R7 3700X Base Clock 3.6 เมื่อเพิ่ม Ipc 15% จึงเท่ากับ 3.6x1.15=4.14Ghz(ของเจนเก่า Zen+)
Boost Clock 4.4เมื่อเพิ่ม Ipc 15% จึงเท่ากับ 4.4x1.15=5.06Ghz(ของเจนเก่า Zen+)
รุ่นอื่นๆก็เช่นเดียวกันประสิทธิภาพเพิ่มมา15% จึงต้องคูณ 1.15 (หนึ่งจุุดหนึ่งห้า) ก็คงพอเข้าใจกันนะครับ
ดังนั้นในการตรวจสอบประสิทธิภาพของซีพียูที่เพิ่มขึ้นมา เราจะเห็นได้ว่า เพราะเหตุใดZen2 หรือไรเซน3000 วิ่งที่คล็อกสปีดต่ำๆ แต่ทำไมจึงดูปรู๊ดปร๊าดหนักหนา
เล่นเกมส์ไล่บี้ จี้ก้นซีพียูของฝั่งอินเทลผลัดกันแพ้ชนะ ส่วนงานMulti Task และ Multi Thrade ก็ทำได้ดีกว่า
ก็เพราะเมื่อเทียบกับสัญญาณนาฬิกาของเจนเก่าZen+แล้วซึ่งเท่ากับว่าเจนเก่าต้องวิ่งที่ 5GHz นั่นเอง จึงจะมีประสิทธิภาพเท่ากับ 4.4GHz ของไรเซน3000
ที่มาอธิบายใหเห็นภาพแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องการเลข 5GHz เหมือนกับฝั่งอินเทล ไม่เลยเราดูผลลัพธ์ของการประมวลผลต่างหาก
ไรเซน3000 วิ่งที่Mhzต่ำๆนั้นมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับตัวZen+ วิ่งที่Mhzสูงๆ
แนวโน้มRyzen 4000
1. คาดว่าจะเพิ่มคล๊อกสปีด MHz สูงขึ้น
2.มีการออกแบบใหม่สำหรับ Scalable Data Fabric (SDF) เพื่อให้Infinity Fabricจะมี NB Friquency ที่สูงขึ้นเพราะปัจจุบันวิ่งที่ครึ่งเดียวของความถี่แรมเช่น DDR4-2133 จะมีระนาบ SDF ทั้งหมดทำงานที่ 1,066 MHz
ส่งผลให้1CCD มีตัวเลขการเขียนที่ต่ำแต่ไม่ใช่ปัญหา ส่วนชิปไรเซน3000รุ่น 2CCDนั้นปกติ
Comment