หลังจากที่ CoD: Ghosts ออกวางจำหน่ายไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตัวเลขยอดจำหน่ายดูไม่ค่อยเข้าเป้าสักเท่าไหร่ บวกกับเสียงวิจารณ์จากเหล่าเกมเมอร์ที่ไม่ค่อยดีนัก (แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่าภาค Ghosts ก็ไม่ถึงกับแย่นะ มันแค่ยึดติดอยู่บนขนบและกรอบเดิมๆ มากไปหน่อยเท่านั้นเอง) ทำให้ทาง Activision ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการพัฒนาสุดยอดแฟรนไชส์อย่าง Call of Duty กันใหม่ โดยพวกเขายังคงออกเกมนี้มาให้พวกเราเหล่าเกมเมอร์เล่นกันทุกปีเหมือนเช่นเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ทีมพัฒนาและเวลาในการรังสรรค์ตัวเกมในแต่ละภาคที่นานขึ้น (ใช้ 3 ทีมและเวลา 3 ปีในการพัฒนาเกม CoD ในแต่ละภาค) และในปีนี้ก็เป็นหน้าที่ทีมพัฒนาอย่าง Sledgehammer Games ที่จะมารับไม้ต่อ แต่พวกเขาจะมาสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับเกมในซีรีส์นี้ได้หรือไม่ เชื่อว่าบทความนี้จะสามารถตอบคำถามและสร้างหลักประกันให้กับเหล่าเกมเมอร์เดนตายได้ไม่มากก็น้อย
ทิศทางใหม่ เนื้อเรื่องใหม่
เนื้อเรื่องภายในเกมจะกล่าวถึงโลกแห่งอนาคตอันใกล้ โดยในปี ค.ศ. 2054 เมืองแห่งเศรษฐกิจ การค้าหรือมหานครชั้นนำในประเทศมหาอำนาจบนโลกต่างถูกลอบโจมตีพร้อมๆ กันจากเหล่าผู้ก่อการร้ายที่ใช้ชื่อว่า KVA ทำให้ประเทศต่างๆ พัฒนากองกำลังทหารฝ่ายเอกชนหรือที่เรียกว่า PMCs (Private Military Corporations) ขึ้นมา และมันก็เข้ามามีบทบาทและกลไกสำคัญในการต่อรองอำนาจระหว่างประเทศ "เค้าลางแห่งหายนะกำลังก่อตัวขึ้น มันก็เหมือนกับเหตุวินาศกรรม 9/11 นั่นล่ะ" คุณ Michael Condrey หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ Sledgehammer Games ได้กล่าวเสริมตรงจุดนี้
โดยภายในเกมคุณจะได้รับบทเป็น 'Private Mitchell' อดีตนาวิกโยธินที่ผันตัวเอกมาเป็นทหารรับจ้างในองค์กรที่มีชื่อว่า Atlas Corporation ซึ่งมีนาย Jonathan Iron เป็นผู้บริหารสูงสุด (รับบทโดย Kevin Spacey นักแสดงชื่อดัง) เขามีวิสัยทัศน์ที่ต้องการควบคุมกฎของสงครามทั่วโลกและต้องการเป็นหนึ่งทางผู้นำด้านการทหารของโลก เมื่อตกลงใจมาเป็นทหารรับจ้างคุณจะได้มีโอกาสสวมใส่ชุดเกราะ Exoskeleton เพื่อใช้ทำภารกิจต่างๆ และเมื่อทำภารกิจเสร็จสิ้น คุณจะได้คะแนนเพื่อนำไปอัพเกรดชุดเกราะ โดยการอัพเกรดจะแบ่งออกเป็นสายความสามารถในด้านต่างๆ เช่น การเพิ่มพละกำลัง, การพรางตัวและการกระโดดได้สูงกว่าปกติ เป็นต้น แน่นอนว่าผู้เล่นจะได้สัมผัสกับรูปแบบการเล่นที่แตกต่าง และนี่จะเป็นครั้งแรกที่คุณจะเล่นเป็นมุมมองจาก Private Mitchell คนเดียวตลอดทั้งเกม (แตกต่างจากเกมในซีรีส์ Call of Duty ภาคอื่นๆ ที่ได้รับบทเป็นตัวละครหลายๆ ตัว)
"คุณจะได้เห็น Advanced Warfare ว่ามันมีความสมจริงมากขนาดไหน เนื่องจากพวกเรามีที่ปรึกษาที่ยอดเยี่ยม พวกเขามีความเชี่ยวชาญในเรื่องการทหาร ด้านวิทยาศาสตร์ โปรดักชั่นดีไซน์ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และการออกแบบเสียงดนตรีประกอบและอื่นๆ" คุณ Glen Schofield หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ Sledgehammer กล่าวทิ้งท้าย
กราฟิกใหม่ถอดด้าม
ตอนแรกผมยังคิดว่า Advanced Warfare คงจะได้เอนจิ้นเดียวกันกับภาค Ghosts ในการพัฒนา โดยเพิ่มรายละเอียดและเทคโนโลยีเล็กๆ น้อยๆ เข้าไป เพื่อให้ตัวเกมมีความสวยงามสมจริง แต่ที่ไหนได้ ทางทีม Sledgehammer Games กลับเลือกใช้เอนจิ้นใหม่ถอดด้าม เสียดายที่ทางทีมพัฒนายังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดให้พวกเราทราบมากนัก แต่เท่าที่ดูจากในเทรลเลอร์แล้วก็บอกได้คำเดียวครับว่า "ไม่ทำให้เกมเมอร์ผิดหวังแน่นอน" คุณจะได้เห็นการเรนเดอร์ตัวละครที่สมจริง (เห็นแม้กระทั่งรอยเหี่ยวย่นหรือรอยตีนกาของตัวละคร)
การเคลื่อนไหวของตัวละคร ระบบฟิสิกส์และแสงเงา แน่นอนว่าระบบเสียงจะถูกปรับแต่งให้สมจริงเหมือนอยู่ในสมรภูมิรบจริงๆ เลยล่ะ ทำให้ระบบกราฟิกถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเกมในภาคนี้เลยทีเดียว และมันจะเป็นภาคที่ยกระดับเกมในซีรีส์ Call of Duty ไปอีกขั้นแน่นอน
สุดยอดเทคโนโลยีแห่งอนาคต
จากเท่าที่ดูในเทรลเลอร์ พร้อมกับหาข้อมูลในเบื้องต้น ผมขอสรุปเป็นข้อๆ เกี่ยวกับสุดยอดเทคโนโลยีแห่งอนาคต (บางส่วน) ภายใน Advanced Warfare ที่คุณจะได้สัมผัส
VTOL Aircraft
มันคือยานบินที่คล่องตัว สามารถบินขึ้นลงในแนวดิ่งได้ ที่สำคัญมันยังหายตัวเพื่อหลบหลีกการตรวจจับจากศัตรูได้
ชุดเกราะ Exoskeleton
ชุดเกราะรบที่ทำให้ผู้ที่สวมใส่มีพละกำลังเหนือมนุษย์ สามารถกระโดดได้สูงและไกลกว่าคนปกติ
Personal Cloaking Device
โหมดการพรางตัวที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง เทคโนโลยีในรูปแบบนี้มีให้เราเห็นอยู่ในหลายๆ เกม ซึ่งแน่นอนว่าคุณก็จะเห็นใน Advanced Warfare เช่นกัน นับเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ผมชอบนะ
Gecko Gloves
เป็นถุงมือที่ช่วยในการปีนป่ายไปตามสิ่งก่อสร้างได้เหมือนสไปเดอร์แมน ไม่ว่าตึกระฟ้าจะสูงสักเท่าไหร่ เมื่อมีถุงมือชนิดนี้ติดตัว การปีนขึ้นไปถึงชั้นบนสุดมันจะเป็นอะไรที่ง่ายมากเลยทีเดียว
Hoverbikes
ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงอยากจะลองขับขี่เจ้ามอเตอร์ไซค์คันนี้แน่นอน ซึ่งขอยอมรับตามตรงว่ายังไม่เคยเห็นยานพาหนะรูปแบบนี้มาปรากฏตัวในซีรีส์ CoD มาก่อนเลย มันคงจะสนุกไม่น้อย หากได้เผชิญหน้ากับศัตรูบนเจ้า Hoverbikes และเชื่อได้เลยว่าคุณจะได้อยู่ในสถานการณ์นั้นแน่นอน
Deployable Shieid Walls
ไม่ต้องกลัวว่าสมรภูมิข้างหน้าจะมีที่กำบังหรือไม่ ในเมื่อเราสร้างมันขึ้นมาเองได้ เพราะด้วยอุปกรณ์ชิ้นนี้จะช่วยให้คุณสร้างที่กำบังตัวและใช้ยิงตอบโต้ศัตรูได้ นับเป็นอีกหนึ่งของเล่นไฮเทคอีกหนึ่งชิ้นที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว
นอกจากนี้ยังมีชุดหุ่นรบติดปืนกล (Juggernaut), รถถังยักษ์ (Spidertank), ปืนใหญ่ที่ทรงประสิทธิภาพ (Rail Cannon) และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ทางผู้พัฒนายังคงอุบเงียบอยู่อีกเพียบ

โหมดผู้เล่นหลายคนที่ยังไม่เปิดเผย
นอกจากเนื้อเรื่องของเกมจะเป็นจุดเด่นของซีรีส์ Call of Duty ทุกภาคแล้ว ระบบผู้เล่นหลายคนก็นับเป็นแม่เหล็กดึงดูดที่ช่วยให้เหล่าเกมเมอร์นั่งติดแหง็กอยู่หน้าจอคอมพ์ไม่ยอมไปไหน สำหรับในภาค Advanced Warfare เราก็จะได้สัมผัสกับโหมดนี้แน่นอน เพียงแต่ในตอนนี้ทางผู้พัฒนายังอุบเงียบยังเผยข้อมูลในส่วนนี้ออกมา พวกเขาเพียงบอกว่าจะมีรูปแบบการเล่นที่แตกต่างและมันจะทำให้เหล่าเกมเมอร์ได้มันส์กันแน่นอน นอกจากนี้ยังมีโหมด Co-op ให้ผู้เล่นได้คอยช่วยเหลือกันอีกด้วย
Sledgehammer Games นั้นถูกก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2010 หัวเรือใหญ่ของทีมนี้คือคุณ Michael Condrey และคุณ Glen Schofield อดีตสมาชิกของสตูดิโอ EA Visceral Games ผู้อยู่เบื้องหลังเกมสยองขวัญอย่าง Dead Space อีกทั้งพวกเขายังเคยเป็นทีมร่วมพัฒนา Call of Duty: Black Ops, Call of Duty: Modern Warfare 3, Call of Duty: Black Ops II มาก่อน ทำให้เราใจชื้นขึ้นไปได้หน่อยว่า Call of Duty ภาคนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน แต่อย่างที่ผมได้เกริ่นไว้ข้างต้นละว่า หากทีมงานกล้าที่จะแหกขนบและกฎเกณฑ์แบบเดิมๆ ผมเชื่อว่า Advanced Warfare จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับเกมในซีรีส์ Call of Duty ได้แน่นอน เตรียมตัวสู่สมรภูมิรบแห่งอนาคตที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่น่าตื้นตากันไว้ได้เลยครับ

















Comment