น่าเล่นดีครับ!!
ตัวอย่างเกมส์
หรือในหน้า ของ EA

คู่หูเลือดเดือด
เมื่อไม่นานมานี้ เราได้พบกับทหารรับจ้าง Army of Two ทั้งสองคนนี้ในระหว่างการออกกำลังกายประจำวัน และได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอันแสนยอดเยี่ยมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ นั่นคือ Aggrometer ซึ่งจะเป็นมิเตอร์ที่จะอยู่ด้านบนของจอ เป็นตัวบอกระดับความระห่ำของตัวละครคุณ (ในเกมจะเรียกว่า Aggro) ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของทีมพัฒนาเกมนี้ด้วย เพราะฟีเจอร์นี้มีศักยภาพพอที่จะทำให้เกม Co-Op อื่นๆ ดูจืดชืดไปเลยเมื่อนำมาเทียบกัน

มิเตอร์นี้จะแสดงค่าความระห่ำของตัวละครในเกม โดยจะแสดงให้เห็นเป็นแสงสีแดงบนตัวละครด้วย สีแดงเข้มแสดงถึงค่าความระห่ำในระดับสูง ส่วนสีแดงอ่อนถึงโปร่งใส่แสดงถึงค่าความระห่ำในระดับต่ำ ซึ่งในขณะที่คุณเล่นเกม มิเตอร์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ฟีเจอร์นี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคุยข่มกัน (จำนวนศัตรูที่ถูกสังหารตรงมุมจอต่างหากที่เอาไว้คุยข่มกัน) เพราะจริงๆ แล้วค่าตรงนี้มีบทบาทในแทบทุกภารกิจ ถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็คือ มิเตอร์นี้คือการพาวเวอร์อัพตัวละครคุณ ซึ่งหากว่าคุณมีค่าความระห่ำสูงสุด คุณก็จะได้เข้าไปในโหมดพิเศษที่ทำให้ตัวคุณเร็วขึ้นและทำให้ศัตรูช้าลง อีกทั้งยังมีประโยชน์ในเชิงกลยุทธ์อีกด้วย เพราะตอนที่ตัวละครมีความระห่ำสูง ศัตรูก็จ้องจะจัดการตัวเขามากขึ้น จุดนี้เองที่ทำให้ตัวละครอีกตัวได้เปรียบทางด้านแทคติก ตัวอย่างเช่น ศัตรูบางคนจะสวมเสื้อเกราะกันกระสุน ซึ่งคุณจะจัดการพวกมันได้จากข้างหลังเท่านั้น ผู้เล่นคนนึงจึงต้องดึงความสนใจพวกมันไว้
เพื่อให้ผู้เล่นอีกคนอ้อมไปยิงด้านหลังพวกมันได้
เลือกอาวุธอย่างฉลาด
อาวุธ (และวิธีที่คุณปรับแต่ง) มีผลต่อค่าความระห่ำอีกด้วย ตัวอย่างเช่น การใช้ปืนเก็บเสียงจะลดค่าความระห่ำของคุณลง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คุณต้องคำนึงในการเลือกสรรอาวุธด้วย เพราะคุณคงไม่ใช่แค่อยากปรับแต่งอาวุธเพื่อความสามารถในการทำลายล้างอย่างเดียว แต่คุณก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อค่าความระห่ำของตัวละครของคุณและคู่หูของคุณอีกต่างหาก เพราะหากผู้เล่นคนนึงสามารถสะสมค่าตรงนี้ได้เร็วกว่าผู้เล่นอีกคนมาก ความสมดุลในเกมการเล่นก็จะถูกทำลายไป แต่สำหรับผู้เล่นบางคน เรื่องนี้คงยอมรับได้ เพราะผู้เล่นคนนึงอาจจะอยากเล่นแบบมีค่าความระห่ำสูงก็ได้ (ก็เพราะเพื่อนร่วมทีมของคุณอีกคนเป็นไก่อ่อนนี่นา)

ความรู้สึกที่ได้เล่นเกมนี้
ยิ่งเราเล่น Army of Two มากเท่าไหร่ คอนเซ็ปต์ตรงค่าความระห่ำก็ยิ่งได้ใจเรามากเท่านั้น มันเป็นไอเดียที่สดใหม่ และเป็นไอเดียนึงที่เข้ากับเกมเน้น Co-Op เกมนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันบีบให้คุณทำงานร่วมกันเป็นทีม และยังมอบความสนุกตื่นเต้นแบบแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครให้กับเกมการเล่นด้วย แค่ไม่กี่นาทีผ่านไป คุณก็จะรู้สึกอินไปกับเกมนี้ด้วย สิ่งนี้เองที่ทำให้เราตื่นเต้นอยากรู้มากเลยว่า Army of Two จะพัฒนาขึ้นเป็นยังไงต่อไป เกมนี้พยายามไปให้ถึงจุดที่โดนใจระหว่างความเป็นเกมสำเร็จรูปเหมือนอย่าง Gears of War กับแทคติกของ Ghost Recon และจากที่เราได้สัมผัสมา ดูเหมือนเกมนี้จะประสบความสำเร็จได้
ปล. ความรู้สึกโฮโมอีโรติกในเกมที่ผู้สร้างไม่ได้ตั้งใจจะให้มี อันทำให้เหล่าเกมเมอร์คิดลึกทั้งหลายต้องฟุ้งซ่าน ก็ได้ถูกปรับให้ลดน้อยลงด้วย แต่จริงๆ แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดนี่นา...
ตัวอย่างเกมส์
หรือในหน้า ของ EA

คู่หูเลือดเดือด
เมื่อไม่นานมานี้ เราได้พบกับทหารรับจ้าง Army of Two ทั้งสองคนนี้ในระหว่างการออกกำลังกายประจำวัน และได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอันแสนยอดเยี่ยมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ นั่นคือ Aggrometer ซึ่งจะเป็นมิเตอร์ที่จะอยู่ด้านบนของจอ เป็นตัวบอกระดับความระห่ำของตัวละครคุณ (ในเกมจะเรียกว่า Aggro) ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของทีมพัฒนาเกมนี้ด้วย เพราะฟีเจอร์นี้มีศักยภาพพอที่จะทำให้เกม Co-Op อื่นๆ ดูจืดชืดไปเลยเมื่อนำมาเทียบกัน

มิเตอร์นี้จะแสดงค่าความระห่ำของตัวละครในเกม โดยจะแสดงให้เห็นเป็นแสงสีแดงบนตัวละครด้วย สีแดงเข้มแสดงถึงค่าความระห่ำในระดับสูง ส่วนสีแดงอ่อนถึงโปร่งใส่แสดงถึงค่าความระห่ำในระดับต่ำ ซึ่งในขณะที่คุณเล่นเกม มิเตอร์นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ฟีเจอร์นี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคุยข่มกัน (จำนวนศัตรูที่ถูกสังหารตรงมุมจอต่างหากที่เอาไว้คุยข่มกัน) เพราะจริงๆ แล้วค่าตรงนี้มีบทบาทในแทบทุกภารกิจ ถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็คือ มิเตอร์นี้คือการพาวเวอร์อัพตัวละครคุณ ซึ่งหากว่าคุณมีค่าความระห่ำสูงสุด คุณก็จะได้เข้าไปในโหมดพิเศษที่ทำให้ตัวคุณเร็วขึ้นและทำให้ศัตรูช้าลง อีกทั้งยังมีประโยชน์ในเชิงกลยุทธ์อีกด้วย เพราะตอนที่ตัวละครมีความระห่ำสูง ศัตรูก็จ้องจะจัดการตัวเขามากขึ้น จุดนี้เองที่ทำให้ตัวละครอีกตัวได้เปรียบทางด้านแทคติก ตัวอย่างเช่น ศัตรูบางคนจะสวมเสื้อเกราะกันกระสุน ซึ่งคุณจะจัดการพวกมันได้จากข้างหลังเท่านั้น ผู้เล่นคนนึงจึงต้องดึงความสนใจพวกมันไว้
เพื่อให้ผู้เล่นอีกคนอ้อมไปยิงด้านหลังพวกมันได้
เลือกอาวุธอย่างฉลาด
อาวุธ (และวิธีที่คุณปรับแต่ง) มีผลต่อค่าความระห่ำอีกด้วย ตัวอย่างเช่น การใช้ปืนเก็บเสียงจะลดค่าความระห่ำของคุณลง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คุณต้องคำนึงในการเลือกสรรอาวุธด้วย เพราะคุณคงไม่ใช่แค่อยากปรับแต่งอาวุธเพื่อความสามารถในการทำลายล้างอย่างเดียว แต่คุณก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อค่าความระห่ำของตัวละครของคุณและคู่หูของคุณอีกต่างหาก เพราะหากผู้เล่นคนนึงสามารถสะสมค่าตรงนี้ได้เร็วกว่าผู้เล่นอีกคนมาก ความสมดุลในเกมการเล่นก็จะถูกทำลายไป แต่สำหรับผู้เล่นบางคน เรื่องนี้คงยอมรับได้ เพราะผู้เล่นคนนึงอาจจะอยากเล่นแบบมีค่าความระห่ำสูงก็ได้ (ก็เพราะเพื่อนร่วมทีมของคุณอีกคนเป็นไก่อ่อนนี่นา)

ความรู้สึกที่ได้เล่นเกมนี้
ยิ่งเราเล่น Army of Two มากเท่าไหร่ คอนเซ็ปต์ตรงค่าความระห่ำก็ยิ่งได้ใจเรามากเท่านั้น มันเป็นไอเดียที่สดใหม่ และเป็นไอเดียนึงที่เข้ากับเกมเน้น Co-Op เกมนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันบีบให้คุณทำงานร่วมกันเป็นทีม และยังมอบความสนุกตื่นเต้นแบบแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครให้กับเกมการเล่นด้วย แค่ไม่กี่นาทีผ่านไป คุณก็จะรู้สึกอินไปกับเกมนี้ด้วย สิ่งนี้เองที่ทำให้เราตื่นเต้นอยากรู้มากเลยว่า Army of Two จะพัฒนาขึ้นเป็นยังไงต่อไป เกมนี้พยายามไปให้ถึงจุดที่โดนใจระหว่างความเป็นเกมสำเร็จรูปเหมือนอย่าง Gears of War กับแทคติกของ Ghost Recon และจากที่เราได้สัมผัสมา ดูเหมือนเกมนี้จะประสบความสำเร็จได้
ปล. ความรู้สึกโฮโมอีโรติกในเกมที่ผู้สร้างไม่ได้ตั้งใจจะให้มี อันทำให้เหล่าเกมเมอร์คิดลึกทั้งหลายต้องฟุ้งซ่าน ก็ได้ถูกปรับให้ลดน้อยลงด้วย แต่จริงๆ แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดนี่นา...

Comment