เนื้อเรื่อง
ภาคนี้จะออกเป็นแนว Tower Def นะครับเพราะจะต้องป้องกันหินผนึกของหัวหน้าปีศาจร้ายนะครับเราจะสวมบทเป็นผู้ช่วย เทพ ฟานโซโดยจะต้องป้องกันพวกกองทัพ ปีศาจหน่วยอื่นๆที่จะมาช่วยหัวหน้า ปีศาจตนนี้แต่เราจะสวมบทเป็นผู้ช่วยเทพ เพื่อป้องกันไม่ให้ปีศาจตัวนี้หลุดออกจาผนึกไปได้ไม่งั้น forbidden จะกลายเป็นของเหล่าปีศาจเหล่านี้
โดยสามารถเลือกทักษะ ได้ 3 สาย
1 สายระยะประชิด
2 สายเวทย์มนต์
3 สายกับดักและสิ่งของอเนกประสงค์
โดยผู้เล่นจะสามารถอัพสายใดอย่างไรก็ได้ อัพได้ตามใจชอบและยังมีอาวุธให้เลือกซื้อในเมือง และเท่านั้นยังไม่พอ
ยังมี item Rare ที่มีบอสอยู่นอกเมืองคอยให้ผู้เล่นเข้าฉากเพื่อไปกำจัดแล้วกลับมาที่เมือง ได้พร้อม wave ใหม่ไม่ต้องกลัวว่าจะกลับมาไม่ทันหรือ
บ้านจะแตกซะก่อน
ระบบ สนับสนุน Multi-player ยังต้องดูอีกทีว่าจะออก Multi-player พร้อมกันในปีนี้ทันหรือเปล่า


กำหนดพยายามให้เสร็จภายในปีนี้จ้า
มีดาวดวงนึง***งไกลจากโลกมากและใหญ่กว่าโลกถึง 3 เท่า โดยมีพลังงานในดาวมหาศาลซึ่งเกิดขึ้นโดยพลังของ โพโทน่า ซึ่งอีกหนึ่งมนุษย์ในดาวเรียกว่า พระเจ้า เพราะเขาเคยมาที่โลกและมอบเครื่องประดับให้กับ ผู้นำเผ่าของมนุษย์และได้สอนการใช้พลังในดาวนั้น ซึ่งโพโทน่าได้สะกดพลังตัวเองไว้ในเครื่องประดับทั้ง 4 โดย มีอย่างด้วยกัน
1.แหวนแห่งไฟ โรบินโก้
2.สร้างคอแห่งน้ำ เฟสดี้
3.กำไลข้อมือแห่งลม โมเรียส
4.ต่างหูแห่งดิน ฟานโซ
และมีอาวุธอยู่ 2 ประเภทซึ่งมีพลังร้ายแรงจะมอบให้แก่ กษัตริย์ ของเหล่ามวนมนุษย์
โดยมีดาบแห่งแสง และ มีดแห่งความมืด โดย ซึ่ง โพโทน่าได้มอบพลังวิเศษ ให้แก่เหล่ามนุษย์ผู้ที่ครอบครอง เครื่องประดับวิเศษและอาวุธทรงพลังเพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งของเหล่านี้ครอบงำจิตใจ โดยมีพลังจิตทั้ง 5
1.ความกล้า ให้กับ ฟานโซ
2.ความบ้า ให้กับ โรบินโก้
3.ความสงบ ให้กับ อาคาเซีย
4.ความดีงาม ให้กับ เฟสดี้
5.ตัณหา ให้กับ โมเรียส
โดยทำไมจึงต้องให้สิ่งของพวกนี้ เพื่อให้มนุษย์ที่ โพโทน่า สร้างขึ้นปกป้องตัวเองจากเหล่า สิ่งมีชีวิตพิเศษ ที่โพโทน่าตะลึงบนดาวดวงนี้มาแล้ว และ ป้องกันจากสิ่งมีชีวิตนอกโลกด้วย และโพโทน่า ตั้งชื่อดาวดวงนี้ชื่อว่า เซนเล็ต
เมื่อโพโทน่า จากไป senlent เหล่ามวลมนุษย์ก็ได้พากันสร้างฐิ่นฐานบ้านเมืองให้ใหญ่โต
บทที่ 1 ยุคแรก
ยุคแรกเป็นยุคอาคาเซีย ซึ่งเป็น กษัตริย์ ยุคแรกที่ได้สิ่งของจากโพโทน่า เขาอายุ 1591 ปี ส่วนสูง 2 เมตร กว่าๆ
เขาสามารถ ยกหิน หนัก หลายร้อยกิโลได้โดย มือเดียว ซึ่ง อาคาเชียได้ครอบครองดาบแสงและมีดแห่งความมืดเอาไว้
โดยมีบุตรชายชื่อว่า โมเรียส เป็นคนที่เห็นอะไรอยากรู้ไปซะทุกเรื่องและมีจิตใจที่อ่อนแอ ที่สุดในกลุ่ม คนพลังพิเศษ
ซึ่งชาวบ้านจะเรียก กันว่า เทพ โดยมี 5 องค์แต่ละคนก็มีฉายา แตกต่างกันไป
ซึ่งอยู่มาวันหนึ่ง ชาวบ้านได้พบกับสิ่งมีชีวิตประหลาดซึ่งสามารถ พ่นไฟได้หน้าตาน่าเกียด แถมยังตัวใหญ่ อีกต่างหาก
อยู่มาวันหนึ่ง สัตว์ตัวนี้ดุร้ายและไล่ฆ่าชาวบ้าน จนทำให้ โรบินโก้ ได้ออกมาจัดการด้วยมือเปล่า หลังสู้กันอยู่ 2-3 วันโรบินโก้บาดเจ็บสาหัต โชคดีที่ เฟสดี้ มาถึงทันซึ่งเป็นบุตรสาวของ อาคาเซีย ได้ครอบครอง สร้างคอแห่งน้ำ ทำการ รักษา โรบินโก้ เอาไว้และก่อนจะกลับโรบินโก้ได้รู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ออกมาจากบริเวณ ศพของสิ่งมีชีวิตประหลาดนั้น เขาเห็นหินประหลาดบางอย่างส่องแสงสีแดงและได้ลองหยิบมันขึ้นมาก็ไม่รู้สึกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น โรบินโก้ และเฟสดี้ได้เดินทางกลับไปยังเมืองหลวง โดย เมื่อโรบินโก้ถึงที่พักและกำลังจะนอนได้ยินเสียงประหลาดออกมาจากหินสีแดงแถมยังเปร่งแสงสว่างเจิดจ้า ไปทั่วห้องของเขาอีกโดยมันเรียก โรบินโก้ให้ไปหาที่หินนั่น
หินสีแดง : เจ้ามนุษย์นั่น ได้ยินข้าไหม?.!
โรบินโก้ : เดินไปหา นั่นเจ้าหินพูดได้ด้วยเหรอ
หินสีแดง : ได้ซิข้าทุกข์ทรมาณเหลือเกินเจ้าช่วยข้าได้หรือไม่!
โรบินโก้ : แล้วเจ้าจะให้ข้าช่วยเรื่องอะไรล่ะ
หินสีแดง : เป็นเรื่องที่ไม่ยากเท่าไหร่นัก
โรบินโก้ : เรื่องอะไรล่ะเจ้ารีบๆพูดมาข้า ชักจะง่วงนอนแล้วซิ
หินสีแดง : พรุ้งนี้เจ้าจงพาข้าไปยัง กษัตริย์ ของเจ้าโดยข้อมีเรื่องต้องการความช่วยเหลือจาก กษัตริย์ของเจ้า
แล้วหลังจากนั้น วันรุ่งขึ้นโรบินโก้ได้ทำการ นำหินสีแดงนั้นขึ้นไปให้ อาคาเซีย โดยอาคาเซีย ยอมตกลง ในเรื่องที่หินสีแดงนั้นว่ายวาน หลังจากนั้น 2-3 วันต่อมา อาคาเซียได้เดินทางมาที่ดินแดนแห่งหนึ่งซึ่งมีเหล่า สัตว์ร้ายจำนวนมากอยู่แต่ฉะไหนถึงไม่ยอมทำร้ายเหล่า เทพ ทั้ง 5 และทหารเลยเหล่า เทพทั้ง 5 ได้เดินทางมาถึงหินใหญ่ยักษ์โบราณแห่งหนึ่งซึ่งมีหน้าตาคล้ายครึงกับคน ซึ่งหินสีแดงได้ขอร้องให้ อาคาเซีย ทิ้งมีดแห่งความมืดไว้ตรงที่มือของหินยักษ์รูปคน ไว้และได้ทำการท่องคาถา บทสวดเพื่อจะผนึกมีดแห่งความมืดไว้เพราะมันทำให้บริเวณ รอบๆ ได้รับพลังงานแห่งความมืดจนทำให้สัตว์บางชนิตเปลี่ยนร่างกลายเป็น ปีศาจดุร้าย และเมื่อทำการผนึกเสร็จก็ได้นำมีดโยนลงไปในแม่น้ำ เมื่อโยนลงไปในแม่น้ำมีดกลับไม่ยอมจม กลับกลายเป็นลอยและตั้งอยู่บนน้ำและน้ำก็กลายเป็นสีดำมีวงจำกัดไม่สามารถส่องแสงเปร่งปลั่ง เหมือนแต่ก่อนได้ และหินสีแดงก็กลายเป็นสีฟ้าขึ้นมาทันตา หลังจากพิธีผนึกมีดแห่งความมืดเสร็จ โมเรียส ได้เอาแต่นั่งจ่องหินสีฟ้านั่น หลังจากหินกลายเป็นสีฟ้า อาคาเซียตั้งชื่อหินสีฟ้าพูดได้ว่าเป็น ลิปช๊อป และพกอยู่กับตัวตลอดเวลา
หลังจากนั้น โมเรียส ผู้มีพลังแห่งลม เริ่มรู้จักใช้พลังของตัวเองและได้เป็นผู้เชียวชาญด้านการสร้างดาบ และได้ยืมพลังของคนอื่นมาใช้ในการสร้างดาบธาตุต่างๆ น้ำ ไฟ ดิน และ แสง แต่ละชิ้นก็มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนกับมุนษย์ และ โมเรียสได้ชื่อฉายาว่า เทพแห่งค้อน เพราะ โมเรียสมักโปรดปราณค้อนที่ตัวเองสร้างขึ้นจากพลัง ลมจาก กำไลข้อมือ ของตัวเองหลังจากโมเรียสได้สร้าง อาวุธ ทุกธาตุยกเว้นธาตุมืด ความตันหา ของ โมเรียสเพิ่มขึ้นและความอยากรู้อยากลองว่าความมืดมีความนึกคิดอย่างไร ก็เลยไปที่ดินแดนที่เคยผนึก มืดแห่งความมืดอยู่ระหว่างทางที่ไปก็ไม่เจอสัตว์ร้ายใดๆทั้งสิ้นเจอแต่ป่าไม้ที่สงบ เมื่อ โมเรียสได้ตกน้ำและลีดดึงพลังจากในน้ำได้สำเร็จก็มุ่งตรงกลับไปที่เมืองหลวงอีกครั้งและได้ทำการทดลองอัดพลังลงไปใน ดาบ พิเศษที่เขาตั้งใจสร้างขึ้นมาและเมื่อลงพลังไปเสร็จโมเรียสไม่รีรอที่จะจับดาบนั้น มือจับดาบปรากฏว่า โมเรียส มองเห็นภาพหลอนหลายอย่างจึงทำให้เขาเกิดอาการจิตวิญญาณที่พุ่งสูงขึ้นในความ ตัณหาของเขา เขาเริ่มอยากได้พลังของ เทพทุกคนไม่เว้นแม้แต่พ่อของตัวเองโมเรียสเริ่มมีแผนล่อให้ทุกคนมาที่ลานประลอง และเมื่อทุกคนมาและเมื่อทุกคนมาโมเรียส ได้อยากจะทดลองเล่นงานกับเฟสดี้ น้องสาวของตัวเองเพราะโมเรียสต้องการพลังรักษามากที่สุดและคาถาโบราณได้แว๊บเข้ามาในสมองของเขา เขาได้ร่ายคาถาก่อนจะลงมือทำร้ายน้องสาวของเขาแต่ ลิปช๊อป รู้จักคาถานั้นมาก่อนจึงใช้จิตเรียก อาคาเซียให้ไปหยุดโมเรียสไว้เพื่อไม่ให้ โมเรียสแย่งจิตวิญญาณของเฟสดี้และสร้อยคอแห่งน้ำไปได้อาคาเซียพุ่งไปด้วยความเร็วสูงและปัดดาบของ โมเรียสทิ้งไป เมื่อโมเรียสโดนปัดดาบทิ้งโมเรียสรีบวิ่งไปเก็บดาบและก็หลบหนีไป ลิปช๊อป บอกนั่นเป็นคาถา ที่ร้ายแรงมากเพราะคาถานั้นเป็นการดึงจิตวิญญาณคนๆนั้นไปเป็นของตัวเองและเมื่อได้ไปสิ่งของที่มัดติดไว้กับผู้นั้นก็จะสามารถ ควบคุมพลังนั้นได้ด้วยหลังจากนั้น อาคาเซียได้ออกตามหา โมเรียสเป็นเวลา 100 ปี แต่ก็ไม่พบหลังจาก 100 ปีโมเรียสคิดหาวิธีคลายผนึกให้มีดแห่งความมืดนั้นเพื่อจะนำมาซึ่งพลังความมืดทรงพลังและโมเรียส ยังมีสัตว์ดุร้ายและผสมพันธุ์และใส่พลังแห่ง ความมืดลงไปให้แก่สัตว์พวกนั้น สัตว์พวกนั้นจึงกลายเป็นปีศาจดุร้ายและเริ่มสร้างที่อยู่อาศัยเองเหมือนมนุษย์มากขึ้น หลังจากนั้นโมเรียสก็มี อาณาจักรเป็นของตัวเองและได้สร้างกลองทัพ ปีศาจขึ้นมาขโยงนึงและได้ทดลองวิชาด้านต่างๆเพื่อจะให้ตัวเองได้เป็น อมตะและจะได้ไปเทียบกับพระเจ้าได้
ในทางด้านอาคาเซีย เหลือเทพเพียง 4 องค์ แต่ละองค์ก็ได้ศึกษาหาความรู้เหมือนกันได้วิชาใหม่ๆ และ การป้องกันตัวใหม่ๆ เพราะช่วงหลังๆ อาคาเซียได้ยินข่าวลือว่ามีปีศาจร้าย อยู่ในปีอาณาเขตพระราชวัง forbidden เพราะใต้พระราชวังพบปีศาจตน หนึ่งที่พูดได้นามว่า โคเซน ซึ่งเป็นปีศาจที่อาศัยอยู่ในปี ดุร้ายแต่ตัวไม่ใหญ่เท่าไหร่นัก ถูกพวก อาคาเซียจับไปขังไว้ใต้ดิน โคเซนเป็นหัวหน้าปีศาจหน้าตาเหมือนเสือตัวเหมือนคนความสูงพอๆกับช้าง และถูก โมเรียส สร้างขึ้นเป็นยุคแรกและพวกปีศาจกำลังรวมตัวเพื่อต้องการจะช่วยโคเซนออกมาจาก ปราสาท forbidden ให้ได้เพราะเขาคือปีศาจที่มีมันสมองมากที่สุดแต่ถูก ฟานโซ จับตัวได้และนำไปขังถ่วงหินยักษ์และสกดคาถาสัตว์ป่าเอาไว้
1.แหวนแห่งไฟ โรบินโก้
2.สร้างคอแห่งน้ำ เฟสดี้
3.กำไลข้อมือแห่งลม โมเรียส
4.ต่างหูแห่งดิน ฟานโซ
และมีอาวุธอยู่ 2 ประเภทซึ่งมีพลังร้ายแรงจะมอบให้แก่ กษัตริย์ ของเหล่ามวนมนุษย์
โดยมีดาบแห่งแสง และ มีดแห่งความมืด โดย ซึ่ง โพโทน่าได้มอบพลังวิเศษ ให้แก่เหล่ามนุษย์ผู้ที่ครอบครอง เครื่องประดับวิเศษและอาวุธทรงพลังเพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งของเหล่านี้ครอบงำจิตใจ โดยมีพลังจิตทั้ง 5
1.ความกล้า ให้กับ ฟานโซ
2.ความบ้า ให้กับ โรบินโก้
3.ความสงบ ให้กับ อาคาเซีย
4.ความดีงาม ให้กับ เฟสดี้
5.ตัณหา ให้กับ โมเรียส
โดยทำไมจึงต้องให้สิ่งของพวกนี้ เพื่อให้มนุษย์ที่ โพโทน่า สร้างขึ้นปกป้องตัวเองจากเหล่า สิ่งมีชีวิตพิเศษ ที่โพโทน่าตะลึงบนดาวดวงนี้มาแล้ว และ ป้องกันจากสิ่งมีชีวิตนอกโลกด้วย และโพโทน่า ตั้งชื่อดาวดวงนี้ชื่อว่า เซนเล็ต
เมื่อโพโทน่า จากไป senlent เหล่ามวลมนุษย์ก็ได้พากันสร้างฐิ่นฐานบ้านเมืองให้ใหญ่โต
บทที่ 1 ยุคแรก
ยุคแรกเป็นยุคอาคาเซีย ซึ่งเป็น กษัตริย์ ยุคแรกที่ได้สิ่งของจากโพโทน่า เขาอายุ 1591 ปี ส่วนสูง 2 เมตร กว่าๆ
เขาสามารถ ยกหิน หนัก หลายร้อยกิโลได้โดย มือเดียว ซึ่ง อาคาเชียได้ครอบครองดาบแสงและมีดแห่งความมืดเอาไว้
โดยมีบุตรชายชื่อว่า โมเรียส เป็นคนที่เห็นอะไรอยากรู้ไปซะทุกเรื่องและมีจิตใจที่อ่อนแอ ที่สุดในกลุ่ม คนพลังพิเศษ
ซึ่งชาวบ้านจะเรียก กันว่า เทพ โดยมี 5 องค์แต่ละคนก็มีฉายา แตกต่างกันไป
ซึ่งอยู่มาวันหนึ่ง ชาวบ้านได้พบกับสิ่งมีชีวิตประหลาดซึ่งสามารถ พ่นไฟได้หน้าตาน่าเกียด แถมยังตัวใหญ่ อีกต่างหาก
อยู่มาวันหนึ่ง สัตว์ตัวนี้ดุร้ายและไล่ฆ่าชาวบ้าน จนทำให้ โรบินโก้ ได้ออกมาจัดการด้วยมือเปล่า หลังสู้กันอยู่ 2-3 วันโรบินโก้บาดเจ็บสาหัต โชคดีที่ เฟสดี้ มาถึงทันซึ่งเป็นบุตรสาวของ อาคาเซีย ได้ครอบครอง สร้างคอแห่งน้ำ ทำการ รักษา โรบินโก้ เอาไว้และก่อนจะกลับโรบินโก้ได้รู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ออกมาจากบริเวณ ศพของสิ่งมีชีวิตประหลาดนั้น เขาเห็นหินประหลาดบางอย่างส่องแสงสีแดงและได้ลองหยิบมันขึ้นมาก็ไม่รู้สึกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น โรบินโก้ และเฟสดี้ได้เดินทางกลับไปยังเมืองหลวง โดย เมื่อโรบินโก้ถึงที่พักและกำลังจะนอนได้ยินเสียงประหลาดออกมาจากหินสีแดงแถมยังเปร่งแสงสว่างเจิดจ้า ไปทั่วห้องของเขาอีกโดยมันเรียก โรบินโก้ให้ไปหาที่หินนั่น
หินสีแดง : เจ้ามนุษย์นั่น ได้ยินข้าไหม?.!
โรบินโก้ : เดินไปหา นั่นเจ้าหินพูดได้ด้วยเหรอ
หินสีแดง : ได้ซิข้าทุกข์ทรมาณเหลือเกินเจ้าช่วยข้าได้หรือไม่!
โรบินโก้ : แล้วเจ้าจะให้ข้าช่วยเรื่องอะไรล่ะ
หินสีแดง : เป็นเรื่องที่ไม่ยากเท่าไหร่นัก
โรบินโก้ : เรื่องอะไรล่ะเจ้ารีบๆพูดมาข้า ชักจะง่วงนอนแล้วซิ
หินสีแดง : พรุ้งนี้เจ้าจงพาข้าไปยัง กษัตริย์ ของเจ้าโดยข้อมีเรื่องต้องการความช่วยเหลือจาก กษัตริย์ของเจ้า
แล้วหลังจากนั้น วันรุ่งขึ้นโรบินโก้ได้ทำการ นำหินสีแดงนั้นขึ้นไปให้ อาคาเซีย โดยอาคาเซีย ยอมตกลง ในเรื่องที่หินสีแดงนั้นว่ายวาน หลังจากนั้น 2-3 วันต่อมา อาคาเซียได้เดินทางมาที่ดินแดนแห่งหนึ่งซึ่งมีเหล่า สัตว์ร้ายจำนวนมากอยู่แต่ฉะไหนถึงไม่ยอมทำร้ายเหล่า เทพ ทั้ง 5 และทหารเลยเหล่า เทพทั้ง 5 ได้เดินทางมาถึงหินใหญ่ยักษ์โบราณแห่งหนึ่งซึ่งมีหน้าตาคล้ายครึงกับคน ซึ่งหินสีแดงได้ขอร้องให้ อาคาเซีย ทิ้งมีดแห่งความมืดไว้ตรงที่มือของหินยักษ์รูปคน ไว้และได้ทำการท่องคาถา บทสวดเพื่อจะผนึกมีดแห่งความมืดไว้เพราะมันทำให้บริเวณ รอบๆ ได้รับพลังงานแห่งความมืดจนทำให้สัตว์บางชนิตเปลี่ยนร่างกลายเป็น ปีศาจดุร้าย และเมื่อทำการผนึกเสร็จก็ได้นำมีดโยนลงไปในแม่น้ำ เมื่อโยนลงไปในแม่น้ำมีดกลับไม่ยอมจม กลับกลายเป็นลอยและตั้งอยู่บนน้ำและน้ำก็กลายเป็นสีดำมีวงจำกัดไม่สามารถส่องแสงเปร่งปลั่ง เหมือนแต่ก่อนได้ และหินสีแดงก็กลายเป็นสีฟ้าขึ้นมาทันตา หลังจากพิธีผนึกมีดแห่งความมืดเสร็จ โมเรียส ได้เอาแต่นั่งจ่องหินสีฟ้านั่น หลังจากหินกลายเป็นสีฟ้า อาคาเซียตั้งชื่อหินสีฟ้าพูดได้ว่าเป็น ลิปช๊อป และพกอยู่กับตัวตลอดเวลา
หลังจากนั้น โมเรียส ผู้มีพลังแห่งลม เริ่มรู้จักใช้พลังของตัวเองและได้เป็นผู้เชียวชาญด้านการสร้างดาบ และได้ยืมพลังของคนอื่นมาใช้ในการสร้างดาบธาตุต่างๆ น้ำ ไฟ ดิน และ แสง แต่ละชิ้นก็มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนกับมุนษย์ และ โมเรียสได้ชื่อฉายาว่า เทพแห่งค้อน เพราะ โมเรียสมักโปรดปราณค้อนที่ตัวเองสร้างขึ้นจากพลัง ลมจาก กำไลข้อมือ ของตัวเองหลังจากโมเรียสได้สร้าง อาวุธ ทุกธาตุยกเว้นธาตุมืด ความตันหา ของ โมเรียสเพิ่มขึ้นและความอยากรู้อยากลองว่าความมืดมีความนึกคิดอย่างไร ก็เลยไปที่ดินแดนที่เคยผนึก มืดแห่งความมืดอยู่ระหว่างทางที่ไปก็ไม่เจอสัตว์ร้ายใดๆทั้งสิ้นเจอแต่ป่าไม้ที่สงบ เมื่อ โมเรียสได้ตกน้ำและลีดดึงพลังจากในน้ำได้สำเร็จก็มุ่งตรงกลับไปที่เมืองหลวงอีกครั้งและได้ทำการทดลองอัดพลังลงไปใน ดาบ พิเศษที่เขาตั้งใจสร้างขึ้นมาและเมื่อลงพลังไปเสร็จโมเรียสไม่รีรอที่จะจับดาบนั้น มือจับดาบปรากฏว่า โมเรียส มองเห็นภาพหลอนหลายอย่างจึงทำให้เขาเกิดอาการจิตวิญญาณที่พุ่งสูงขึ้นในความ ตัณหาของเขา เขาเริ่มอยากได้พลังของ เทพทุกคนไม่เว้นแม้แต่พ่อของตัวเองโมเรียสเริ่มมีแผนล่อให้ทุกคนมาที่ลานประลอง และเมื่อทุกคนมาและเมื่อทุกคนมาโมเรียส ได้อยากจะทดลองเล่นงานกับเฟสดี้ น้องสาวของตัวเองเพราะโมเรียสต้องการพลังรักษามากที่สุดและคาถาโบราณได้แว๊บเข้ามาในสมองของเขา เขาได้ร่ายคาถาก่อนจะลงมือทำร้ายน้องสาวของเขาแต่ ลิปช๊อป รู้จักคาถานั้นมาก่อนจึงใช้จิตเรียก อาคาเซียให้ไปหยุดโมเรียสไว้เพื่อไม่ให้ โมเรียสแย่งจิตวิญญาณของเฟสดี้และสร้อยคอแห่งน้ำไปได้อาคาเซียพุ่งไปด้วยความเร็วสูงและปัดดาบของ โมเรียสทิ้งไป เมื่อโมเรียสโดนปัดดาบทิ้งโมเรียสรีบวิ่งไปเก็บดาบและก็หลบหนีไป ลิปช๊อป บอกนั่นเป็นคาถา ที่ร้ายแรงมากเพราะคาถานั้นเป็นการดึงจิตวิญญาณคนๆนั้นไปเป็นของตัวเองและเมื่อได้ไปสิ่งของที่มัดติดไว้กับผู้นั้นก็จะสามารถ ควบคุมพลังนั้นได้ด้วยหลังจากนั้น อาคาเซียได้ออกตามหา โมเรียสเป็นเวลา 100 ปี แต่ก็ไม่พบหลังจาก 100 ปีโมเรียสคิดหาวิธีคลายผนึกให้มีดแห่งความมืดนั้นเพื่อจะนำมาซึ่งพลังความมืดทรงพลังและโมเรียส ยังมีสัตว์ดุร้ายและผสมพันธุ์และใส่พลังแห่ง ความมืดลงไปให้แก่สัตว์พวกนั้น สัตว์พวกนั้นจึงกลายเป็นปีศาจดุร้ายและเริ่มสร้างที่อยู่อาศัยเองเหมือนมนุษย์มากขึ้น หลังจากนั้นโมเรียสก็มี อาณาจักรเป็นของตัวเองและได้สร้างกลองทัพ ปีศาจขึ้นมาขโยงนึงและได้ทดลองวิชาด้านต่างๆเพื่อจะให้ตัวเองได้เป็น อมตะและจะได้ไปเทียบกับพระเจ้าได้
ในทางด้านอาคาเซีย เหลือเทพเพียง 4 องค์ แต่ละองค์ก็ได้ศึกษาหาความรู้เหมือนกันได้วิชาใหม่ๆ และ การป้องกันตัวใหม่ๆ เพราะช่วงหลังๆ อาคาเซียได้ยินข่าวลือว่ามีปีศาจร้าย อยู่ในปีอาณาเขตพระราชวัง forbidden เพราะใต้พระราชวังพบปีศาจตน หนึ่งที่พูดได้นามว่า โคเซน ซึ่งเป็นปีศาจที่อาศัยอยู่ในปี ดุร้ายแต่ตัวไม่ใหญ่เท่าไหร่นัก ถูกพวก อาคาเซียจับไปขังไว้ใต้ดิน โคเซนเป็นหัวหน้าปีศาจหน้าตาเหมือนเสือตัวเหมือนคนความสูงพอๆกับช้าง และถูก โมเรียส สร้างขึ้นเป็นยุคแรกและพวกปีศาจกำลังรวมตัวเพื่อต้องการจะช่วยโคเซนออกมาจาก ปราสาท forbidden ให้ได้เพราะเขาคือปีศาจที่มีมันสมองมากที่สุดแต่ถูก ฟานโซ จับตัวได้และนำไปขังถ่วงหินยักษ์และสกดคาถาสัตว์ป่าเอาไว้
โดยสามารถเลือกทักษะ ได้ 3 สาย
1 สายระยะประชิด
2 สายเวทย์มนต์
3 สายกับดักและสิ่งของอเนกประสงค์
โดยผู้เล่นจะสามารถอัพสายใดอย่างไรก็ได้ อัพได้ตามใจชอบและยังมีอาวุธให้เลือกซื้อในเมือง และเท่านั้นยังไม่พอ
ยังมี item Rare ที่มีบอสอยู่นอกเมืองคอยให้ผู้เล่นเข้าฉากเพื่อไปกำจัดแล้วกลับมาที่เมือง ได้พร้อม wave ใหม่ไม่ต้องกลัวว่าจะกลับมาไม่ทันหรือ
บ้านจะแตกซะก่อน
ระบบ สนับสนุน Multi-player ยังต้องดูอีกทีว่าจะออก Multi-player พร้อมกันในปีนี้ทันหรือเปล่า


กำหนดพยายามให้เสร็จภายในปีนี้จ้า
Comment