
ในปัจจุบันนี้ที่เราคงจะได้สัมผัสกับ 3D ในรูปแบบต่างๆกันตั้งแต่ 3D แบบง่ายๆที่นำมาสร้างความบันเทิงตลอดจนถึงหนัง 3D คุณภาพสูงในโรงภาพยนต์ จนในที่สุด 3D ก็จะก้าวเข้าสู่ทุกครัวเรือนด้วย 3DTV ที่แต่ละ Brand ต่างก็เปิดตัว 3DTV ของตนและเปิดฉากการแข่งขันอย่างไม่น้อยหน้ากัน แม้กระทั่งบอลโลกปีนี้ก็ยังจะมีการถ่ายทอดสัญญาณแบบ 3D ให้ได้เชยชมกันอีกด้วยนับเป็นปีแห่งการตื่นตัวด้าน 3D จริงๆ ทางด้านวงการเกมเราก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน กระแสประเด็นถกเถียงเรื่องเกมต่างๆที่กำลังจะเข้ามาในรูปแบบ 3D ต่างเข้ามาไม่หนุดโดยเฉพาะนิ่งใกล้งาน E3 แล้วยิ่งพูดกันมากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้นี้ก็มีเกม 3D เริ่มให้ได้สัมผัสกันบ้างแต่ไม่ใช่ว่าแค่มีเครื่องและเกมก็จะสัมผัสกับ 3D ได้เพราะก็จำเป็นที่จะต้องมี Display หรือทีวีที่รองรับ 3D Content ด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ต้องขอบคุณบริษัท Uptron ที่ให้โอกาสได้ไปสัมผัสกับ Content 3D ต่างๆของเกมบน Playstation Network หรือ PSN แบบเต็มที่
หลังจากที่ไปถึงสถานที่ที่บริษัท Uptron ได้จัดเตรียมไว้ให้สิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจของผมได้มากที่สุดก็คงจะเป็นจอทีวี LED แบบ 3D รุ่นล่าสุดรุ่นใหม่ที่สามารถ Generate Content จาก 2D เป็น 3D ได้ในระดับนึง ทาง Uptron ก็ใจดีมากที่คอยให้ความรู้ด้าน 3D กับผมที่ไม่รู้เรื่องอะไรอย่างตั้งใจพร้อมโชว์ตัวอย่างของจริงให้เห็นไปพร้อมๆกันถึงความแตกต่างตั้งแต่ Source จากช่องรายการปกติไปจนถึงตัวเกมที่รองรับ 3D และเกมที่สร้างมาสำหรับ 3D ของแท้จริงๆ ซึ่งสร้างความประทับใจให้มากเสียจนกล้าพูดเลยว่าถ้าหลายๆท่านได้อยู่พร้อมกับผมตรงนั้นก็ต้องตะลึงไปกับความอลังการณ์ของ 3DTV และเกม 3D ไปด้วยแน่นอน ดังนั้นก่อนที่จะบรรยายเข้าถึงตัวเกมอาจจะต้องขอพูดถึงของ 3DTV เสียก่อน เนื่องจาก 3DTV ที่ทาง Uptron นำมาแสดงนั้นมีฟังค์ชั่นที่จะเจเนอเรตภาพของสัญญาณ 2D ธรรมดาให้กลายเป็น 3D โดยการดึง Focus ของวัตถุบางอย่างให้เด่นขึ้นมาซึ่งผลที่ออกมาจะทำให้ภาพบนจอมีมิติและแนวลึก (Depth) มากขึ้นกว่าเดิมแต่ก็แค่เพียงในระดับนึงเท่านั้น ซึ่งตรงนี้เราก็ทำการรับชมที่ช่องสัญญาณฟรีทีวีปกติก็ได้ผลดังคาดที่เราจะเห็นวัตถุบางอย่างเด่นขึ้นมาบนจอซึ่งแน่นอนว่าถ้าทำได้เพียงเท่านี้มันก็คงไม่น่าดึงดูดอะไรสักเท่าไหร่

เห็นแบบนี้แต่พอเปิดแบบ 3D แล้วก็ให้อารณ์ต่างกันเลยนะ
ต่อมาเราจึงลองกับเกม PS3 ที่เป็น Non 3D-Content บ้างโดยเกมที่ใช้ทดสอบได้แก่ Kill Zone2, Uncharted2, Heavy Rain และ Super Street Fighter IV เริ่มจาก Super Street Fighter IV ซึ่งผลที่ได้ออกมาก็คือสวยงามขึ้นและเด่นขึ้น HUD ต่างๆบนจอได้แก่หลอดพลัง, เกจ SC และ UC จะดูลอยเด่นขึ้นมาจากเดิม จนถึงตัววัตถุและโมเดลตัวละครที่คมสวยงามขึ้นกว่าเดิมซึ่งก็เรียกได้ว่าสร้างความประหลาดใจให้กับผมที่คุ้นเคยกับ SSF4 เนื่องจากเล่นกับเพื่อนบ่อยๆได้เป็นอย่างดีแต่ก็ยังไม่ถึงกับประทับใจในความอลังการณ์อะไรมากนัก แต่สิ่งที่แปลกใจคือเกมอื่นที่ใช้ทดสอบอย่าง UC2 แบะ KZ2 และ Heavy Rain ที่เรียกได้ว่าเป็นเกมที่มีกราฟฟิคสวยงามยิ่งนักเมื่อมาเปิดกับ LED มันก็แน่นอนที่ว่าจะสวยงามยิ่งขึ้นแต่กลับไม่ได้สร้างความรู้สึกที่โดดเด่นด้าน 3D เลยกลายเป็น SSF4 ที่ดูดีขึ้นมาเมื่อเล่นแบบ 3D แต่จริงๆแล้วทั้ง 4 เกมต่างก็ไม่ได้เป็นเกมที่ทำขึ้นมาสำหรับ 3D แท้แต่อย่างใด

แว่น Shutter Glass อีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญของ 3DTV ที่จะสลับปิดเปิดแสงที่เลนส์ซ้ายขวาด้วยความเร็ว 120 ครั้งต่อวินาที
หลังจากเล่น SSF4 กับพี่กู้จากร้าน ItemGameShop ที่มาด้วยกันอยู่พักใหญ่สิ่งที่เกิดกับตัวเองคือปวดตับ!.....เอ้ยปวดตา หลังจากถอดแว่น 3D Shutter Glass อีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่ใช้คู่กับ 3DTV ออกแล้วรู้สึกได้เลยว่าหน้ามืดนิดหน่อย เรียกได้ว่าตาค่อนข้างล้ามากแต่ไม่ใช่ว่าเทคโนโลยี 3D จะทำให้ต้องใช้สายตาหนักขึ้นกว่าเดิมน่าจะเรียกได้ว่ายังไม่ชินจะดีกว่า พักพูดคุยกันสักครู่หนึ่งทาง Uptron ก็ให้ความรู้กับผมในเรื่องของ 3D มากขึ้นรวมไปถึงอธิบายความแตกต่างของ Content ที่รองรับ 3D กับ Content ที่ทำมาสำหรับ 3D โดยเฉพาะ ซึ่งใน ณ ปัจจุบันเกมที่รองรับ 3D แท้มีเพียง 4 เกมได้แก่ PAIN, Wipe Out, Super Star Dust HD และ Avatar โดยเฉพาะ Super Star Dust HD ที่เขียน Engine ใหม่สำหรับ 3D โดยเฉพาะและ Avatar ที่สร้างเกมขึ้นมาโดยตั้งใจจะให้รองรับ 3D ตั้งแต่ต้น ซึ่งเกมที่ Uptron นำมาให้ทดสอบได้แก่ Super Stardust HD และ Avatar

ไอที่ฟุ้งๆทั้งหลายเนี่ยพอเป็น 3D แล้วอลังการณ์สุดๆเลยนะเธอว์
Super Stardust HD แบบ 3D ความรู้สึกแรกหลังจากเปิดขึ้นมาให้ชมคึือผมได้ยินเสียงตัวเองดังขึ้นมาในใจว่า อู้วหูวววว...... แค่ตัวเลือกบนฉาก Menu หน้าเกมเราก็สามารถเห็นความเด่นที่แตกต่างของ Menu และฉากหลังได้อย่างดี ตัว Menu ลอยขึ้นมาเด่นโดยที่ไม่รู้ขัดขวงหรือขัดๆในใจกับฉากหลังเมื่อเทียบกับเมื่อรับชมตัว Non 3D-content ที่ได้ทดสอบไปก่อนหน้านี้ ผมรู้สึกได้เลยถึงความอลังการณ์และผมแน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเองคนเดียวเมื่อหันไปมองหน้าพี่กู้ที่อยู่กับผมด้วยกันข้างๆ ไม่รอช้าเราก็จัดการเปิดโหมด Co-op เล่นด้วยกันทันที สิ่งต่อมาที่ได้สัมผัสคือความอลังการณ์ของกราฟฟิคเกม ผมยอมรับเลยว่าผมเคยเล่น Super Stardust HD ก่อนนี้โดยคิดว่ามันก็เป็นเพียงเกม Shooting เกมหนึ่ง ครั้งนี้ผมก็มาเล่นด้วยความคิดเช่นเดิมแบบนั้นและพบว่าการเล่นในเวอร์ชั่น 3D นี้ทำให้ประสบการณ์ที่ผมได้สัมผัสจาก SSHD ของผมเปลี่ยนไปได้ มาก! อย่างที่อธิบายไปตอนต้นว่า 3DTV เมื่อวัตถุดูมีมิติมากขึ้นทำให้โมเดลของวัตถุโดยรวมสวยงามขึ้นมาก อุกกาบาตในเกมสวยงามจริงๆ ยามระเบิดก็สุดยอดทั้งฝุ่นผงหรือสะเก็ตระเบิดกระจายได้อย่างมีมิติและยิ่งสวยงามมากๆของชิ้นที่พุ่งเข้ามาที่หน้าจอซึ่งสร้างความตื่นเต้นแบบใหม่ให้ผมได้มากจริงๆ และใน SSHD ก็จะมีมุขที่อุกกาบาตตกผ่านตาเราหรือก็คือช็อตที่พุ่งจากหน้าจอลงไปเมื่อเป็น 3D ยิ่งตื่นเต้นทั้งผมและพี่กู้ต่างก็ร้องอุทานตกใจออกมาพร้อมกันทั้งๆที่ต่างคนก็น่าจะคุ้นเคยกับฉากแบบนี้อยู่แล้ว และถ้าเราสังเกตดีๆจะเห็นว่ามุมองศาการระเบิดในเกมจะระเบิดเป็นรัศมีวงกลมซึ่งผมได้สังเกตการระเบิดของรัศมีวงกลมที่หลายๆองศาก็พูดได้คำเดียวครับว่างดงาม 3DTV ที่ทำให้สิ่งที่ฉายบนหน้าจอมีมิติมากขึ้นเมื่อมาพบกับสิ่งที่ทำมาให้รองรับ 3D จริงๆแล้วมันก็อลังการณ์มากๆ วันนั้นผมเล่น Super Stardust HD กับพี่กู้ด้วยความสนุกสนานเหมือนสมัยเด็กที่ตื่นตาตื่นใจกับของเล่นใหม่จริงๆ
เฮลิคอปเตอร์ลำนี้เนี่ยแหละพอเปิดแบบ 3D แล้วงดงามขึ้นมาก
อีกเกมต่อมาคือ Avatar ต้องยอมรับว่าผมไม่ค่อยจะคาดหวังอะไรกับเกมนี้เท่าไหร่นักเนื่องจากคะแนนรีวิวเมื่อแรกเกมออกจากต่างประเทศคะแนนไม่สูงเท่าที่ควร แต่โดยเนื้อๆของมันแล้วก็เป็นเรื่องของเกมเพลย์และเฟรมเรทที่ทำให้เกม Avatar เสียคะแนนไปค่อนข้างเยอะและก็เป็นดังคาดเมื่อเปิดเกมขึ้นมาทดสอบในแบบที่ยังไม่เป็น 3D เสียก่อน แต่เนื่องจาก Avatar เป็นเกมแผ่นเกมแรกที่ทำออกมารองรับ 3D โดยที่สมัยนั้นยังแทบจะไม่มี 3DTV เลยผมจึงค่อนข้างแอบชอบใจที่เห็นว่าในคำสั่ง Option ของ 3D มีคำสั่งให้ผู้เล่นเลือกปรับอย่างละเอียดหลากหลายจริงๆตั้งแต่ประเภทของการ Render ภาพ 3D ไปจนถึงระยะความ******งของคนเล่นกับหน้าจอ เมื่อปรับ Option กันจนพอใจเราก็มารับชม Avatar กันอีกครั้งในแบบ 3D ภาพโดยรวมงดงามขึ้นแต่จะงดงามที่สุดหากเป็นภาพที่เป็นที่โล่งที่เห็นวัตถุลึกเข้าซึ่งในแบบ 3D จะทำให้ Background ที่อยู่ไกลๆสวยงามขึ้นเมื่อเป็นภามรวมทั้งจอ และบางจุดในเกมที่จะมีสิ่งคล้ายหิ่งห้อยและสีชมพูลอยฟุ้งไปทั่วเมื่อมาแสดงผลบน 3D แล้วก็รู้สึกถึงความอลังการณ์ได้ไม่น้อย แต่สิ่งที่ตราตรึงใจผมมากที่สุดคือ Model วัตถุต่างๆอย่างตัวละครและยานพาหนะโดยเฉพาะเฮลิคอปเตอร์ผมแทบจะถอดแว่นสลับกับใส่เพราะเมื่อเป็น 3D แล้วผมพบว่าผมถูกใจโมเดลตัวละครในเกมนี้มาก ผมรู้สึกได้เลยว่าสวยงามขึ้นมาก อารมณ์คล้ายๆว่าผมไม่ได้ควบคุมโพลิก้อนแต่ผมกำลังควบคุมหุ่นแอคชั่นฟิกเกอร์รายละเอียดสูงงดงามตัวหนึ่งเดินไปเดินมา ถึงแม้ว่าจะไม่ประทับใจในตัวเกมเพลย์กับเฟรมเรทแต่ก็ยอมรับว่าเมื่อเปิด 3D แล้วกราฟฟิคงดงามขึ้นจริงๆ
หลังจากจบการทดสอบเกมทาง Uptron ก็ให้ความรู้ 3D เพิ่มขึ้นอีกว่าเกม 3D ทุกเกมในปัจจุบันนี้เมื่อ Render แบบ 3D แล้ว Resolution ภาพจะลดลงยกตัวอย่างถึงเกมดาว์นโหลดอย่าง Pain และ Wipe Out จากเดิมที่เป็น 1080P เมื่อเปิดแบบ 3D แล้วจะตกลงเหลือเพียง 720P เท่านั้น แต่จะมี Super Stardust HD เกมเดียวที่ถึงจะตกเหลือ 720P แต่เฟรมเรทจะยังอยู่ที่ 120 fps เท่าเดิมไม่ตกตาม ซึ่งจากเกมทั้งหมดที่ได้ทดลองวันนี้ผมก็พบว่าผมประทับใจ Super Stardust HD ที่สุดจริงพร้อมกับแอบคิดใจใจว่านั่นแค่ 720P จริงๆเหรอ... ซึ่งนอกจาก 4 เกมที่กล่าวไปข้างต้นแล้วก็ยังมี Demo Motor Storm Apocalypse อีกเกมที่จะรองรับแบบ 3D แท้อีกเกมซึ่งผมก็หวังว่าจะได้โอกาสทดลองสัมผัสเกม 3D คุณภาพสูงของ PLAYSTATION3 อีก และก็มีอีกสิ่งที่แปลกใจคือผมใช้เวลากับ Avatar และ Super Stardust HD มากกว่า SSFIV เสียอีกแต่เมื่อถอดแว่นผมกลับไม่เกิดอาการหน้ามืดมากเท่าเมื่อตอนเล่น SSFIV เสร็จ ซึ่งตรงนี้ผมก็ไม่กล้าชี้ชัดว่าสายตามันชินหรือเมื่อดู 3DTV กับ 3D Content จริงๆแล้วจะทำให้สายตาไม่ทำงานหนักเท่าการเปิด 3D บน Non 3D-Content กันแน่
โดยสรุปแล้วผมยอมรับว่าผมสนุกสนานกับการได้มาทดสอบ 3D เกมครั้งนี้จริงๆ สิ่งที่ชัดเจนที่สุดที่ผมได้รับจาก 3DTV คือการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆของผู้เล่นที่จะได้รับผ่านความมีมิติที่เพิ่มขึ้นและความคมชัดต่างๆของวัตถุที่มากขึ้นซึ่งก็สามารถทำได้จริงๆ ทั้งเกมที่เป็น 3D Content หรือเกมที่เป็น Non 3D-Content (บางเกม) ต่างก็สามารถทำให้ผู้เล่นแปลกใจที่จะได้อารมณ์ที่แตกต่างจากเดิมได้ทั้งนั้น ยิ่งถ้าเป็นเกมที่เป็น 3D Content จริงๆแล้วจะยิ่งทำให้ประสบการณ์ที่ผู้เล่นจะได้รับในความเป็น 3D ยิ่งสมบูรณ์ขึ้นกว่าเดิม ขนาดที่ว่าทำให้ผมเปลี่ยนมุมมองของคำว่า 3DTV จากที่เคยคิดว่าเป็นเทคโนโลยีหลอกคนไปเป็นภาพลักษณ์ดีๆที่แสดงถึงความอลังการณ์ไปเลย ซึ่งแม้กระทั่งในระหว่างเดินทางกลับภาพของ Super Stardust HD ก็ยังคงลอยฟุ้งอยู่ในหัวผมพร้อมๆกับกิเลศของ 3DTV ในใจ พร้อมๆกับอดคิดไม่ได้ว่าในช่วง 2 ปีหลังจากนี้ (2011-2012) จะเกิดการปฏิวัติอะไรใหม่ๆต่อวงการเทคโนโลยีและวงการเกมอีกบ้าง
ขอขอบคุณบริษัท Uptron ประเทศไทยที่ให้โอกาสได้สัมผัสกับความอลังการณ์ครั้งนี้

Comment