Announcement

Collapse
No announcement yet.

thread มันคืออะไร

Collapse
X
 
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • #16
    Originally posted by mermirud View Post
    แล้วยังงี้ คอเทียมก็ดีๆ พอๆ กับคอแท้สิครับ
    มันมีข้อเสียอย่างไรบ้าง



    โทษนะครับ ผมขี้เกียจพิมพ์ใหม่นะ...


    Originally posted by XP_armor View Post
    i3 สองหัว กับ Athlon II X4 สี่หัว

    ราคาพอๆกัน ดูเหมือนจะแรงเท่าๆกัน

    ไม่เถียงครับว่าประสิทธิภาพต่อ Core ต่อความถี่ Intel เขาดีกว่า

    แต่ลองเจอ Multitask หรือการใช้งานหนักๆ ที่เกินกำลัง CPU 2 Core เข้าไปแล้วจะร้องครับ...


    ไม่รู้ว่าได้ลอง หรือศึกษามาดีแล้วหรือยัง... ว่า Core แท้ๆ กับ Hyperthread มันทำงานต่างกันยังไง


    Core แท้ๆ แต่ละ Core แบ่งหน้าที่กันทำ รับงานใครงานมัน จบ....

    ส่วน Hyperthread จะมีความเหนือชั้นต่อ Core มากขึ้นไปอีก คือ เมื่อแต่ละ Core มีภาระหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่ถ้ามีงานเข้ามาอีก แล้ว ถ้า Core นั้นมีกำลังเหลือ ก็จะรับงานมาทำเพิ่มอีกงานได้

    พูดง่ายๆ ก็คือ Hyperthread ช่วยทำให้ CPU 1 Core แบบรับภาระเพิ่มได้ แต่ทำได้ดีหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่า กำลังต่อ Core มันเหลือมากขนาดไหน


    และถ้า i3 กับ Athlon II X4 ไปเจองานที่ต้องใช้ CPU กำลังสูงล่ะครับ ชนิดที่ว่า แต่ละ Core วิ่งกันแบบสุดๆไปเลย เช่นบีบอัดไฟล์ หรือแปลงไฟล์เป็นต้น

    AMD ประสิทธิภาพต่อ Core อาจจะไม่สู้ Intel แต่มันก็ยังมี Core แท้ๆเหลืออยู่ เพราะมีมากกว่า

    กับ Intel ที่แต่ละ Core อาจจะวิ่งกว่าหน่อย แต่ Core ทั้งสองของมันวิ่งกันแบบสุดๆ แล้ว นั่นก็แปลว่า Hyperthread เริ่มไม่มีผลแล้ว เพราะ กำลังของ CPU ในแต่ละ Core เริ่มจะถูกใช้จนหมด ไม่มีแรงเหลือพอที่จะรับงานเพิ่มแล้ว

    แต่ AMD ยังมี Core แท้ๆเหลืออยู่ ยังรับได้อีก

    ด้วยเหตุนี้ เรื่องการใช้งานหนักๆ หรือ Mutitask

    AMD Athlon II X4 จึงกิน i3 ได้อย่างไม่ยากเย็นไงล่ะครับ...


    แล้วในเมื่อเราต้องเสียเงินในราคาที่พอๆกัน

    AMD ได้ 4 Core แท้ๆมาเล่น

    กับ

    Intel ได้แค่ 2 Core



    อะไรมันคุ้มกว่ากันล่ะครับ ???


    อ้างอิง >>> http://www.overclockzone.com/forums/...hp/77364/page5

    Comment


    • #17
      เรื่องคอร์ (Core) หรือแกนประมวณผลของซีพียูนี้ ผมคิดว่ามีคนเข้าใจกันหมดแล้ว เพราะมันน่าจะเริ่มบูมมาตั้งแต่สมัยซีพียู Core 2 Dou, Athlon X2 อะไรประมาณนี้ น่ะครับ
      -------
      1.สมัยก่อน ๆ ซีพียู แข่งขันกันที่ ความเร็ว Mhz.
      2.สมัยต่อมา เมื่อซีพียู เอเอ็มดีได้พิสูจน์ว่า ซีพียูที่มีประสิทธิภาพไม่ได้มาจากความเร็ว Ghz สูง ๆ เสมอไป อย่างเช่น Athlon 64 3000+ (1.8 Ghz) ซึ่งมีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือทำงานใกล้เคียงกับ CPU Pentium 4 3.0 Ghz
      4.สมัยต่อมาอีก เมื่อข้อจำกัดของความร้อนและเทคโนโลยีในการผลิต ยังไม่ลดลงมาที่ 90 หรือ 95 นี้แหล่ะ นาโนเมตเตอร์ สมัยนั้นปัญหาเรื่องความร้อนทำให้บริษัททั้งอินเทลและทั้งเอเอ็มดี หันไปพัฒนาซีพียูมัลลิเทรดขึ้นมา ซึ่งซอฟท์แวร์ในวินโดวส์เอ็กพี(XP) สมัยนั้นรองรับพอดี
      5.ในสมัยนั้น AMD เองยังนิ่งเฉย ไม่สนใจ ซีพียู มัลติเทรดนัก เพราะมันยังเป็นเทคโนโลยีใหม่(บ้างก็วิจารณ์ว่ามีไว้แค่ให้ดูหรูเท่านั้น) ซึ่งก็จริง ๆ Pentium 4 สมัยนั้นที่รองรับระบบไฮเปอร์เทรดดิงทำให้เราเปิดทากส์แมนเนเจอร์ขึ้นมาดูแล้วเหมือนกับว่ามันมี สองคอร์ อิอิ
      6.หลังจากนั้นเป็นต้นมา การแข่งขันเรื่องความเร็วด้าน Ghz ก็เสื่อมลง แต่ละบริษัทหันมาพัฒนาซีพียู ที่สามารถรับคำสั่งเอาไปประมวณผลได้หลาย ๆ คำสั่งพร้อมกันหรือเรียกอีกอย่างว่า มัลติคอร์ (มัลลติเทรด) ตลอดถึงเทคโนโลยี เช่น SSE1.0 ประมาณนี้เป็นต้น
      7.เมื่อเกิดซีพียูมัลติคอร์ขึ้นมา ทำให้พื้นที่ของไดว์ ต้องพัฒนาให้เล็กลงด้วยเหตุผลด้านความร้อน ความเร็ว และเพิ่มคอร์ได้มากขึ้น จึงกลายมาเป็น 90, 65, 45,32 etc.//Note. นาโนเมตรเตอร์โดยลำดับ
      8.ดังนั้น คำว่า คอร์แท้ หรือคอร์เทียม จุดประสงค์หลักก็คือการที่ซีพียู หนึ่ง ๆ นั้นสามารถรับงานหรือคำสั่งได้มากสั่งโดยที่ระบบไม่หยุดหรือสะดุดในเวลาทำงานนั้นๆ ได้ อย่างแม่นยำโดยไม่เออเร้อ หรือแฮ้งท์ (เหมือนซีพียูสมัยก่อนเปิดหลายอันแฮ้งท์)...

      ผมจึงจะสรุปให้ฟังแบบง่าย ๆ ว่า คอร์แท้ คอร์เทียม หรือคอร์ลักไก่ นั้นมันก็มีมาตั้งแต่สมัยเริ่มมีการแข่งขันกันใหม่ ๆ เมื่อไม่นานมานี้เอง
      ---
      *-คอร์แท้ ทำงานไม่เร็วมากแต่รับงานได้หลายงาน เพราะมีข้อจำกัดเรื่องซอฟ์ทแวร์ และเทคโนโลยีที่ยังไม่สนับสนุนอย่างเต็มที่ (เหมือนมีช่องจราจร สี่ช่อง แต่รถที่วิงมา ก็มุ่งจะวิงไปแต่ 2 ช่องปล่อยให้อีกสองช่อง หยุดว่างอยู่เฉยๆ เพราะตำรวจเอากลวยไปปิดไว้ เหตุเพราะเกรงว่ามันจะไม่ปลอดภัย อิอิ..
      -ยกให้เอเอ็มดี (หมายถึงเมื่อครั้งอดีต)
      *-คอร์เทียม คอร์ลักไก่//-Note1. ทำงานเร็วกับโปรแกรมทดสอบ ถ้าทำงานกับซอฟ์ทแวร์ หลายคอร์จริง ๆ อาจจะไม่เร็วอย่างที่คิด (เพราะคอร์เทียมมันคิดเองไม่เป็นได้แต่รับงานที่คอร์จริงประมวณผลเอามาฝากไว้เท่านั้น
      -ยกให้ Intel (สมัยที่ เริ่มแข่งขันมัลติคอร์ใหม่)

      จริง ๆ แล้วการมีคอร์มากก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป หากยังใช้ระบบคอร์มากและระบบเทรดมาก กับหน่วยความจำแบบ None-ECC//-Note2 เหมือนอย่างที่เราใช้กันทุกวันนี้ถ้าซอฟ์ทแวร์เขียนไม่ดีพอก็อาจจะทำให้เออเร้อ เมื่อเออเร้อมันก็แฮ้งท์เพราะมันรีเฟรชตัวเองไม่ได้ แต่โอกาสเกิดก็มีน้อยหมายถึงโปรแกรมแฮ้งท์วินโดวส์ไม่แฮงท์ครับ แต่สำหรับงานที่ไม่ต้องการความเที่ยงตรงและความเสียหายด้านข้อมูลอย่าง PC มันอาจจะไม่ใช่ปัญหาหนักที่น่าคิดสักเท่าใดนัก
      ------
      ในปัจจุบันนี้ การพัฒนาซีพียู หลายแกนหลายเทรด มีความก้าวหน้าสูง ทั้งคอร์ทั้งเทรดต่างก็มีความสามารถกันคนละด้าน ตัวอย่างเช่น VGA ค่ายเขียว(NVIDIA) มีคอร์แท้ 500 คอร์ แต่ VGA ค่ายแดง (AMD) มีคอร์ 1600 คอร์เป็นต้น แต่ต้องหาร น่าจะ 5 หรือสี่ นี้แหล่ะ เป็นเพราะไดรวเวอร์ของ AMD เขียนได้ดีทำให้คอร์เทียม ๆ ตั้งหลายคอร์ ทำงานได้เร็วพอ ๆ กับคอร์แท้ของค่ายเขียว ดังนั้นการที่ AMD มีวีจีเอที่ราคาถูกก็ด้วยเหตุเหล่านี้
      -----
      สุดท้าย เทคโนโลยี คอร์และเทรดทุกวันนี้ ก้าวหน้ากว่าเมื่อก่อนมากซึ่งผมเองก็ไม่ทราบแน่ชัดว่ามัน ไปได้ไกลแค่ไหนแล้ว แต่ที่รู้ ๆ ทั้งสองบริษัทต่างก็มีความชำนาญในการจัดการระบบ หลายแกนหลายเทรดให้มีประสิทธิภาพในการประมวณผลอย่างเต็มที่เท่าที่ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีจะอำนวยในเวลานั้น ๆ ครับ ทั้งนี้ไม่ใช้เรื่องใหม่เลย ใครที่ติดตามเรื่อง Supper Computer ก็จะพอทราบว่า เทคโนโลยี Desktop นั้นไม่ได้ใหม่อย่างที่คิด ทุกอย่างเรียนแบบมาจาก SupperComputer ทั้งสิ้น โดยเฉพาะวิธีการประมวณผล วิธีการเข้าถึงหน่วยความจำ เป็นต้น //-Note3
      --------
      Note.
      -etc. แปลว่า อื่น ๆ หรือมากกว่า, เป็นต้น
      Note1.
      -สมัยคอร์ทูดูโอ้ ได้สมญานามว่า คอร์ลักไก่ เพราะเป็นคอร์เทียม ทำงานแบบ FSB ทำให้เกิดปัญหาคอร์ขวดตามมา จนยุคของ LGA775 ปิดฉากลง
      Note2.
      -None-ECC นั้นเป็นหน่วยความจำที่ไม่สามารถรีเฟรชตัวเองได้เมื่อมีการอ่านเขียนผิดพลาด แต่ในปัจจุบันนี้ด้วยเทคโนโลยี DDR3 ทำให้หน่วยความจำฉลาดมากขึ้น เมื่อมีการ error แล้วจะไม่เก็บข้อมูลไว้ในหน่วยความจำถ้า User รีเซตเครื่อง จึงลดปัญหา เครื่องแฮ้งท์เปิดไม่ติดไปโดยปริยาย และ อื่น ๆ อีกที่ยังไม่ได้อธิบาย (หรือ etc.)
      Note3.
      -Super Computer มีความเร็วในการประมวณผลเป็นพิโตฟรอฟ ใช้ซีพียู ค่ายใดค่ายหนึ่งที่ผลิตซิปซีพียูสำหรับเซฟเวอร์(Server) etc. แล้วนำจำซีพียูหลาย ๆ ตัวมาประมวลผลคำสั่งพร้อม ๆ กันเป็นแบบขนาด ทำให้มันเป็นเครื่องที่มีประสิทธิในงานเฉพาะด้านสูง เทคโนโลยีการส่งผ่านข้อมูลหลาย ๆ แกน หลายๆ เทรดล้วนเลียนแบบวิธีการมาจาก Supper Computer เป็นส่วนมากครับ..เอาแค่นี้พอจำไม่ค่อยได้

      Comment


      • #18
        จากที่รู้งูๆปลาๆ ทำให้กระจ่างเลยครับ

        ขอบคุณครับ สำหรับทุกๆโพส

        Comment


        • #19
          ในส่วนนี้ กระผมขออนุญาติเพิ่มเติมท่าน laners เล็กน้อยนะครับ....

          อันที่จริงแล้ว Multiprocessor มิได้เป็นสิ่งที่เริ่มใช้ หรือเพิ่งจะถูกคิดค้นมาแต่อย่างใด

          แต่ Multiprocessor นั้น ถ้าจำไม่ผิด น่าจะถูกนำมาใช้กับ Server ตั้งแต่สมัยปี 2001 ได้แล้วมั๊งครับ ไม่แน่ใจนะ

          เหตุผลเพราะ เมื่อก่อน CPU จะอ้างอิงความเร็วในการทำงานด้วยความถี่

          ซึ่งความถี่มีผลอย่างไรนั้น ตรงนี้กรุณาดูภาพประกอบที่ผมทำขึ้นมานะครับ





          ไม่ว่าคอมพิวเตอร์ จะแสดงผลออกมาแบบไหนอย่างไร เป็นภาพเคลื่อนไหว ข้อมูลออกมายังไง แต่เราจะเห็นได้ว่า คอมพิวเตอร์จะรู้แค่ว่า ตัวมันมีไฟ หรือไม่ (0 กับ 1)

          ไอ่เส้นๆ ที่ขึ้นลง ขึ้นลง (ลูกคลื่น) นั่นแหละครับ เขาเรียกว่า บิต 0 กับ บิต 1

          ความถี่ CPU มีหน่วยเป็น Hz (จำนวนลูกคลื่น ต่อ นาที)

          ซึ่งถ้าความถี่ CPU ต่ำ (บรรทัดแรกสุด) จะเห็นได้ว่า ในเวลาที่เท่ากัน (ความยาวจากซ้ายสุดไปขวาสุด) จะได้จำนวนลูกคลื่นที่น้อย

          แต่ถ้า CPU ที่มีความถี่สูงขึ้นมา (เริ่มบรรทัดที่ 2) จะเห็นได้ว่า ในเวลาที่เท่าๆกัน จำนวนลูกคลื่นก็จะได้มากขึ้น แต่ลูกคลื่นจะเล็กลง หรือพูดง่ายๆก็คือ เวลาเท่ากัน แต่ได้งานมากกว่า ผลก็คือเร็วกว่า

          บรรทัดที่ 3 จะเห็นได้ว่า ในเวลาที่เท่ากัน มันได้จำนวนลูกคลื่นที่มากขึ้นไปอีก นั่นก็แปลว่า มันเร็วขึ้นกว่าเดิมขึ้นไปอีก ถูกไหมครับ ??? แต่ลูกคลื่นจะต้องเล็กลงไปอีกแล้ว...

          และบรรทัดสุดท้าย บรรทัดที่ 4 จะเห็นได้ว่า จำนวนลูกคลื่นมันเยอะมากๆๆๆๆๆๆ จนขนาดลูกคลื่นนั้น เล็กมากๆๆๆๆ และติดกันจนถี่ยิบ ทำให้มันแทบจะแยกไม่ออกแล้วว่า อันไหน บิต 0 อันไหน บิต 1 เพราะเห็นเป็นเส้นตั้งๆๆๆๆ เรียงติดกัน

          ซึ่งตรงนี้ก็ถือเป็นทางตันในการทำ CPU ให้มีความถี่สูงๆ ต่อไป เพราะขืนดันทุรัง อัดความถี่ CPU ให้มากกว่านี้ต่อไป จะทำให้โอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดในการทำงานได้มากกว่าครับ (นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่เวลาเรา Overclock ไปที่ความถี่สูงมากๆ มันจึงไม่สามารถทำงานได้)

          ถือว่า การพัฒนา CPU ด้วยความถี่ที่มากขึ้น มันทำไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

          ด้วยเหตุนี้ การพัฒนา CPU จึงต้องพัฒนาต่อไปในทิศทางอื่น ไม่ว่าจะประสิทธิภาพที่สูงขึ้นโดยการใช้ความถี่ที่ต่ำลง

          หรือจำนวน CPU ที่มากกว่า 1 คือตั้งแต่ 2 CPU ขึ้นไป เป็นต้น......
          Last edited by XP_armor; 23 Jan 2011, 11:03:26.

          Comment


          • #20
            มือใหม่ อธิบายมั่ง ทบ.จากรูป ถ้าสมมุติว่ามีงาน 2 งานเข้ามาประมวลผล คือ สีฟ้า และ สีเขียว สีขาว คือค่าการว่างงานของ CPUไม่มีงานว่างั้น
            กรณีที่1 ถ้าสมมุติว่ามีคอร์เดียวและไม่มี HT รูปซ้ายมือจะเห็นว่าการประมวลผลใช้เวลานานสุด เพราะต้องประมวลผล งานที่1และงานที่ 2 ตามลำดับ
            กรณีที่2 มี1คอร์มีHT จะเห็นได้ว่าด้วยชุดคำสั่งHTสมมารถยัดงานที่2ลงในช่วงเวลาว่างงานของCPUได้ในรอบ1สัญญาณนาฬิกา ทำให้เวลาในการทำงานสั้นลงไปเกือบครึ่ง
            กรณีที่3 มี2คอร์ทำให้ใน1รอบสัญญาณนาฬิกา สามรถประมวลผลทั้งงานที่1และ2ได้พร้อมกัน เวลาสั้นที่สุด
            ข้อควรคิด
            ใช่ว่ามีคอร์เยะจะทำงานได้ดี มันขึ้นอยุ่กับ
            1.ประสิทธิภาพของการแบ่งงานกันแต่ละคอร์ เช่น PentiumD, Duo core, Core 2 Duo, core i7 เป็นต้น
            2.โปรแกรมนั้นๆต้องรองรับ Mutithread เช่น winRAR เป็นต้น
            3.ระบบปฏิบัติการนั้นต้องรองรับ Microsoft อ้างว่า win7 รองรับ Mutithread ได้ดีกว่าXP(ใครที่ใช้หลายหัวแล้วลงXPไม่คุ้มนะครับมีหัวโง่หลายหัวทำงานไม่เต้มที่)

            แค่ความคิดเห็นนะครับอาจจะผิดหรือถูกก้อได้
            Last edited by samsung_; 23 Jan 2011, 17:08:05.

            Comment


            • #21
              /\
              /\

              Confirm ราวๆ นั้นครับ

              Comment


              • #22
                เข้ามาเก็บความรู้

                Comment


                • #23
                  ความรู้ทั้งนั้น จำจำจำ

                  Comment


                  • #24
                    รบกวนผู้รู้หน่อยครับ
                    core i7 3770 ของผมตอนแรกมีให้เลือก 8 แต่ตอนนี้เหลือ4 คือเกิดจากอะไรครับ มีตัวเปิดปิดไหม รบกวนหน่อยครับ

                    Comment

                    Working...
                    X