เข้าไปดูที่ห้องซีรี่ย์คลับซึ่งเป็นฟอรั่มย่อยของโต๊ะเฉลิมไทยที่พันติ๊บ มีสมาชิกคนนึงตั้งกระทู้เกี่ยวกับ US ซีรี่ย์เรื่อง Criminal Mind ซึ่งมีชื่อภาษาไทยว่า "อ่านเกมอาชญากร" ซึ่งมีบทวิเคราะห์เกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ร้ายในเรื่อง
พอดีว่าผมดูเรื่องนี้เหมือนกัน และก็ชอบเสียด้วย อ่าน ๆ ดูก็รู้สึกว่ามันคุ้น ๆ กับพฤติกรรมของผู้ร้ายในเรื่อง และ Login ใน OCZ หนึ่งก็ลอยเข้ามาในความคิด เลยลองส่งลิงค์ของเว็บให้คนในกระทู้ดู มีสมาชิกคนนึง Comment ไว้แบบนี้
ภายหลังเจ้าของกระทู้เข้ามาดูลิงค์ที่ผมทำให้ และบอกว่าตรงกับเรื่องที่เค้าเขียนพอดี ดูเหมือนเค้าจะเรียนเกี่ยวกับจิตวิทยามาหรือเปล่า
แรกเริ่มเดิมทีกับ Login ที่ว่าดู ๆ ไปเหมือนพวกป่วนเมืองเหมือนล่อเป้า แต่ว่ายิ่งนานวันเข้ารู้สึกว่ามันจริงจังจนเกินไป อ่าน ๆ ดูทีแรกผมก็เครียดตามเพื่อน ๆ หลายคนครับ อ่านไปมาก ๆ เข้าเริ่มรู้สึกว่าเค้าจะกลายเป็นตัวตลกประจำเว็บซึ่งตอนนี้ในห้องเกมของเว็บทุกคนคงรู้จักเค้าแล้ว บางทีก็สงสารครับ ( พักหลัง ๆ นี่เห็นเข้าหลายกระทู้เลย ) หลังจากที่ได้อ่านบทวิเคราะห์ข้างต้นคิดว่าเป็นอาการของคนบกพร่องหรือป่วยทางจิตเหมือนกับที่เอามาลงให้อ่าน
พฤติกรรมที่ตรงกันตามบทวิเคราะห์คือ
1. Delusion ความเชื่ออย่างผิด ๆ ที่เปลี่ยนไม่ได้ (และไม่มีเหตุผล) ถ้าดูตามข้อนี้จะเห็นว่าเหตุผลที่เพื่อนในบอร์ดเราพิมพ์ยาว ๆ ไป เค้าไม่ได้รับฟังเลย
2. หลงตัวเอง (Narcissistic) นั่นคือเป็นนิสัยคิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองแน่กว่าคน มั่นใจในตัวเอง ชอบดูถูกคนอื่น (ดูจากเวลาคุยจะเห็นว่ามีลักษณะโอ่ ๆ เยอะ)
3. ไม่ชอบถูกขัดใจอย่างยิ่ง (การถูกขัดใจหรือดูถูกจะทำให้เสีย self และโกรธอย่างมาก) ซึ่งนิสัยคนกลุ่มนี้มักไม่ยอมแพ้ จะเอาให้ได้ตามที่ตัวเองต้องการ
ดูตามอาการข้างต้นแล้ว ใช่เลยครับ เงียบ ๆ ไปพักนึง แต่ช่วงนี้นี้หลายคนไปตั้งกระทู้แล้วเนื้อหาเหมือนจะไปปลุกสัญชาตญาณของเค้าให้ตื่นขึ้นมายังไงไม่รู้แฮะ ผมเตือนไว้ก่อนเลยว่าตอนนี้เรากำลังเจอกับคนป่วยทางจิตจริง ๆ อยู่นะครับ การที่ไปแหย่หรือไปขัดใจเค้ามาก ๆ จะทำให้เตลิดไปกันใหญ่ วิธีแก้ไขผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ถ้ารู้จักกันคงบอกให้ไปบำบัดโดยจิตแพทย์น่ะครับ แต่ถ้าอยู่แต่หลังเครื่องคอม ฯ ผมคงได้แต่บอกเพื่อนสมาชิกว่าอย่าไปยุ่งกับเค้าให้มากเพราะเอาน้ำมันไปราดเข้ากองไฟ ซึ่งคนที่จะโดนไฟนั้นทำร้ายก็คือตัวเค้าเอง เนื่องจากดูแล้วไม่มีอันตรายกับพวกเราเท่าไหร่นอกจากสร้างความรำคาญ อ้อ เกือบลืม อาการนี้เรียกว่า Delusional Disorder ครับ
อันนี้ลิงค์กระทู้ข้างต้น http://www.pantip.com/cafe/chalermth.../A7062080.html
ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนคงจะออกอาละวาดหนักหน่อยนะครับเพราะ GTA 4 ออก ยังไงพวกเราก็เตรียมรับมือไว้ด้้วย
ปล. ใครชอบ US Series แนวเดียวกับ CSI หรือ 24 ลองไปหา Criminal Mind มาดูนะครับ สนุกแล้วก็ได้เรียนรู้พฤติกรรมของผู้ร้ายในเรื่องด้วย
Season 1 ตอนที่ 6 Mirror
เป็นตอนที่เกี่ยวกับเรื่อง delusion disorder สามารถเอามาใช้เป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดี
เรื่องเริ่มจาก เด็กสาวคนหนึ่งลูกของอัยการรัฐ ถูกลักพาตัวไป และคนร้ายได้ส่งจดหมายเรียกค่าไถ่ ทีม BAU ได้เข้ามาดูแลคดี หลังจากนั้นคนร้ายได้โทรติดต่อมาอีกครั้ง คราวนี้เพื่อเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 500000 เหรียญ โดยต้องการให้น้องสาวของเด็กที่ถูกลักพาตัวไปซึ่งเป็นฝาแฝด เป็นคนส่งมอบเงิน โดยให้ไปคนเดียวเท่านั้น แต่ขณะที่กำลังจะส่งมอบเงิน ทีม BAU นั้นรู้สึกแปลก ๆ กับการเรียกค่าไถ่นี้ และรู้ว่าจริง ๆ แล้วเป้าหมายการเรียกค่าไถ่นี้ไม่ใช่เงิน แต่ทำเพื่อต้องการลักพาตัวน้องสาวอีกคนต่างหาก
หลังจากที่ทีม BAU สามารถรู้ทันและทำลายแผนการลักพาตัวซ้อนได้ คนร้ายได้โทรมาหาอีกครั้งก่อนที่จะพูดชมว่า เก่งมากที่รู้ทันแผนของมัน และยอมรับว่าตัวเองต้องการได้ตัวแฝดน้องสาวอีกคน เพราะเขากับพวกเธอนั้นรักกัน โดยที่เด็กสาวถึงกับงงไปว่าไปรัก(แก)ตอนไหนเนี่ย เพราะไม่เคยรู้จัก และไม่ได้เป็นแฟนใครนอกจากแฟนตัวเองที่มีเท่านั้น คนร้ายนั้นได้ให้เหตุผลว่า “เธอนั้นส่งสายตาให้เขา สายตานั้นแสดงว่าเธอรักเขา”
นี่เป็นตัวอย่างของโรค Delusional disorder (ไม่มีภาษาไทยครับ) ไม่เหมือนโรคจิตเภท (schizophrenia) ตรงที่ delusional disorder นั้นมีแต่อาการหลงผิด (delusion) เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีอาการพวกหูแว่ว หรือพฤติกรรมแปลก ๆ ผิดปกติอะไร (ถ้าอยากอ่านตัวอย่างอาการ schizophrenia ลองไปอ่านดูใน Clean Shaven ใน blog ผมได้ครับ) โดย delusional disorder นั้นแบ่งเป็นหลาย ๆ ชนิด ชนิดที่ฆาตกรเป็นในตอนนี้คือ Erotomanic type หรือ de Clerambault (ในหนังเรียกชื่อนี้)
ขออธิบายก่อนว่าคำว่า delusion นั้น แปลว่า fixed false belief นั่นคือ ความเชื่ออย่างผิด ๆ ที่เปลี่ยนไม่ได้ (และไม่มีเหตุผล) เช่น บางคนเชื่อว่ามีคนจะมาทำร้าย จะมาฆ่าตัวเอง มีชิพฝังอยู่สมองตัวเอง เป็นต้น ส่วน erotomanic delusion นั้นก็คือ การเชื่อว่ามีคนคนหนึ่ง (มักเป็นคนที่ดูดีกว่า สถานะสูงกว่า) มาหลงรักตนเอง (โดยที่ไม่เป็นจริง และส่วนใหญ่ฝ่ายโน้นแทบไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ) โดยที่คนที่เป็นมักจะแปลความหมายท่าทางหรือคำพูดของคนที่หลงรักในความหมาย ผิด ๆ ว่าเขามาหลงรักตัวเอง เช่นในคนร้ายตอนนี้นั้นคิดว่า การที่เด็กสาวนั้นมองตาแปลว่าเธอหลงรัก (ทั้ง ๆ ทีวัน ๆ หนึ่งเราสบตาคนตั้งกี่คน) แต่คนที่เป็นนี้จะหลงเชื่ออย่างสนิทใจ ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะถูกเจ้าตัวปฏิเสธก็ตามที (กลุ่มคนที่เรียกว่า stalker บางคนนั้นก็เป็นโรคนี้)
อีกสิ่งหนึ่งที่ต่างจากโรคจิตเภท ก็คือโรคนี้ คนที่เป็นนั้นจะดูปกติ มักเจอวัยผู้ใหญ่ตอนปลาย สามารถทำงานได้ดีเหมือนเดิม แม้มีอาการ (ซึ่งต่างจากโรคจิตเภทที่มักดูแปลก ๆ และการทำงานมักแย่ลง) คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวก็ไม่สามารถดูออกได้ว่าป่วย (ถ้าเขาไม่พูดให้ฟัง) .... ซึ่งลักษณะเหล่านี้ก็เข้าได้กับตัวคนร้ายในเรื่อง ......
เมื่อคนร้ายโทรมาอีกครั้ง กีเดียนนั้นยกหู แล้วก็วางสายทิ้ง ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ นั้น โดยไม่เกรงกลัวว่าคนร้ายจะโกรธหรือไม่ติดต่อมาอีก น่าจะเป็นเพราะ ประเมินว่า ส่วนใหญ่กรณีแบบนี้ (คือแผนเสียไปแล้ว) คนร้ายมักฆ่าตัวประกันทิ้ง แต่ถ้าพยายามติดต่อมาอีกแปลว่า น่าจะยังไม่ฆ่า และประกอบกับคนร้ายนั้นมีลักษณะบุคคลิกแบบหนึ่งคือ หลงตัวเอง (narcissistic) นั่นคือเป็นนิสัยคิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองแน่กว่าคน มั่นใจในตัวเอง ชอบดูถูกคนอื่น (ดูจากเวลาคุยจะเห็นว่ามีลักษณะโอ่ ๆ เยอะ) ซึ่งนิสัยคนกลุ่มนี้มักไม่ยอมแพ้ จะเอาให้ได้ตามที่ตัวเองต้องการ และไม่ชอบถูกขัดใจอย่างยิ่ง (การถูกขัดใจหรือดูถูกจะทำให้เสีย self และโกรธอย่างมาก) การที่กีเดียนวางหูใส่ซ้ำ ๆ นั้น เป็เหมือนการไม่ยอมรับความเหนือกว่าของคนร้าย เป็นการจงใจขัดใจ ทำให้กระตุ้นความโกรธ และความไม่ยอมแพ้ของคนร้าย (จะเห็นว่าคนร้ายนั้นไม่ก็ไม่ยอมแพ้ โดนวางหูใส่ก็ยังโทรมาหาซ้ำ ๆ แบบยอมไม่ได้ ยังไงแกก็ต้องรับนั่นแหละ) จนเมื่อกีเดียนรับสาย ก็ระเบิดอารมณ์พร้อมพูดด่าดูถูกทุกคนในทีม BAU อย่างดุเดือด แต่นั่นก็ทำให้ตัวเองพลาด ....... เพราะกลายเป็นการเผยไต๋ตัวเอง (การที่คนร้ายรู้ถึงรายละเอียดของลูกทีมทุกคนทำให้แปลได้ว่าคนร้ายคือคนใน ตำรวจท้องถิ่นที่มาช่วยนั่นแหละ) จนทำให้ตัวเองถูกจับได้ในที่สุด
ดูแล้วก็อึ้งและทึ่งในทำงานและเขียนบท ว่าถูกต้องตามหลักการได้ดีมาก ไม่นั่งเทียนเขียนเอามั่ว ๆ แบบละครหลังข่าวบางประเทศ และยังดูสนุกตื่นเต้นอีกด้วย ...
เป็นตอนที่เกี่ยวกับเรื่อง delusion disorder สามารถเอามาใช้เป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดี
เรื่องเริ่มจาก เด็กสาวคนหนึ่งลูกของอัยการรัฐ ถูกลักพาตัวไป และคนร้ายได้ส่งจดหมายเรียกค่าไถ่ ทีม BAU ได้เข้ามาดูแลคดี หลังจากนั้นคนร้ายได้โทรติดต่อมาอีกครั้ง คราวนี้เพื่อเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 500000 เหรียญ โดยต้องการให้น้องสาวของเด็กที่ถูกลักพาตัวไปซึ่งเป็นฝาแฝด เป็นคนส่งมอบเงิน โดยให้ไปคนเดียวเท่านั้น แต่ขณะที่กำลังจะส่งมอบเงิน ทีม BAU นั้นรู้สึกแปลก ๆ กับการเรียกค่าไถ่นี้ และรู้ว่าจริง ๆ แล้วเป้าหมายการเรียกค่าไถ่นี้ไม่ใช่เงิน แต่ทำเพื่อต้องการลักพาตัวน้องสาวอีกคนต่างหาก
หลังจากที่ทีม BAU สามารถรู้ทันและทำลายแผนการลักพาตัวซ้อนได้ คนร้ายได้โทรมาหาอีกครั้งก่อนที่จะพูดชมว่า เก่งมากที่รู้ทันแผนของมัน และยอมรับว่าตัวเองต้องการได้ตัวแฝดน้องสาวอีกคน เพราะเขากับพวกเธอนั้นรักกัน โดยที่เด็กสาวถึงกับงงไปว่าไปรัก(แก)ตอนไหนเนี่ย เพราะไม่เคยรู้จัก และไม่ได้เป็นแฟนใครนอกจากแฟนตัวเองที่มีเท่านั้น คนร้ายนั้นได้ให้เหตุผลว่า “เธอนั้นส่งสายตาให้เขา สายตานั้นแสดงว่าเธอรักเขา”
นี่เป็นตัวอย่างของโรค Delusional disorder (ไม่มีภาษาไทยครับ) ไม่เหมือนโรคจิตเภท (schizophrenia) ตรงที่ delusional disorder นั้นมีแต่อาการหลงผิด (delusion) เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีอาการพวกหูแว่ว หรือพฤติกรรมแปลก ๆ ผิดปกติอะไร (ถ้าอยากอ่านตัวอย่างอาการ schizophrenia ลองไปอ่านดูใน Clean Shaven ใน blog ผมได้ครับ) โดย delusional disorder นั้นแบ่งเป็นหลาย ๆ ชนิด ชนิดที่ฆาตกรเป็นในตอนนี้คือ Erotomanic type หรือ de Clerambault (ในหนังเรียกชื่อนี้)
ขออธิบายก่อนว่าคำว่า delusion นั้น แปลว่า fixed false belief นั่นคือ ความเชื่ออย่างผิด ๆ ที่เปลี่ยนไม่ได้ (และไม่มีเหตุผล) เช่น บางคนเชื่อว่ามีคนจะมาทำร้าย จะมาฆ่าตัวเอง มีชิพฝังอยู่สมองตัวเอง เป็นต้น ส่วน erotomanic delusion นั้นก็คือ การเชื่อว่ามีคนคนหนึ่ง (มักเป็นคนที่ดูดีกว่า สถานะสูงกว่า) มาหลงรักตนเอง (โดยที่ไม่เป็นจริง และส่วนใหญ่ฝ่ายโน้นแทบไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ) โดยที่คนที่เป็นมักจะแปลความหมายท่าทางหรือคำพูดของคนที่หลงรักในความหมาย ผิด ๆ ว่าเขามาหลงรักตัวเอง เช่นในคนร้ายตอนนี้นั้นคิดว่า การที่เด็กสาวนั้นมองตาแปลว่าเธอหลงรัก (ทั้ง ๆ ทีวัน ๆ หนึ่งเราสบตาคนตั้งกี่คน) แต่คนที่เป็นนี้จะหลงเชื่ออย่างสนิทใจ ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะถูกเจ้าตัวปฏิเสธก็ตามที (กลุ่มคนที่เรียกว่า stalker บางคนนั้นก็เป็นโรคนี้)
อีกสิ่งหนึ่งที่ต่างจากโรคจิตเภท ก็คือโรคนี้ คนที่เป็นนั้นจะดูปกติ มักเจอวัยผู้ใหญ่ตอนปลาย สามารถทำงานได้ดีเหมือนเดิม แม้มีอาการ (ซึ่งต่างจากโรคจิตเภทที่มักดูแปลก ๆ และการทำงานมักแย่ลง) คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวก็ไม่สามารถดูออกได้ว่าป่วย (ถ้าเขาไม่พูดให้ฟัง) .... ซึ่งลักษณะเหล่านี้ก็เข้าได้กับตัวคนร้ายในเรื่อง ......
เมื่อคนร้ายโทรมาอีกครั้ง กีเดียนนั้นยกหู แล้วก็วางสายทิ้ง ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ นั้น โดยไม่เกรงกลัวว่าคนร้ายจะโกรธหรือไม่ติดต่อมาอีก น่าจะเป็นเพราะ ประเมินว่า ส่วนใหญ่กรณีแบบนี้ (คือแผนเสียไปแล้ว) คนร้ายมักฆ่าตัวประกันทิ้ง แต่ถ้าพยายามติดต่อมาอีกแปลว่า น่าจะยังไม่ฆ่า และประกอบกับคนร้ายนั้นมีลักษณะบุคคลิกแบบหนึ่งคือ หลงตัวเอง (narcissistic) นั่นคือเป็นนิสัยคิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองแน่กว่าคน มั่นใจในตัวเอง ชอบดูถูกคนอื่น (ดูจากเวลาคุยจะเห็นว่ามีลักษณะโอ่ ๆ เยอะ) ซึ่งนิสัยคนกลุ่มนี้มักไม่ยอมแพ้ จะเอาให้ได้ตามที่ตัวเองต้องการ และไม่ชอบถูกขัดใจอย่างยิ่ง (การถูกขัดใจหรือดูถูกจะทำให้เสีย self และโกรธอย่างมาก) การที่กีเดียนวางหูใส่ซ้ำ ๆ นั้น เป็เหมือนการไม่ยอมรับความเหนือกว่าของคนร้าย เป็นการจงใจขัดใจ ทำให้กระตุ้นความโกรธ และความไม่ยอมแพ้ของคนร้าย (จะเห็นว่าคนร้ายนั้นไม่ก็ไม่ยอมแพ้ โดนวางหูใส่ก็ยังโทรมาหาซ้ำ ๆ แบบยอมไม่ได้ ยังไงแกก็ต้องรับนั่นแหละ) จนเมื่อกีเดียนรับสาย ก็ระเบิดอารมณ์พร้อมพูดด่าดูถูกทุกคนในทีม BAU อย่างดุเดือด แต่นั่นก็ทำให้ตัวเองพลาด ....... เพราะกลายเป็นการเผยไต๋ตัวเอง (การที่คนร้ายรู้ถึงรายละเอียดของลูกทีมทุกคนทำให้แปลได้ว่าคนร้ายคือคนใน ตำรวจท้องถิ่นที่มาช่วยนั่นแหละ) จนทำให้ตัวเองถูกจับได้ในที่สุด
ดูแล้วก็อึ้งและทึ่งในทำงานและเขียนบท ว่าถูกต้องตามหลักการได้ดีมาก ไม่นั่งเทียนเขียนเอามั่ว ๆ แบบละครหลังข่าวบางประเทศ และยังดูสนุกตื่นเต้นอีกด้วย ...
เราว่าใช่ส่วนนึงแหละมั้ง
หรือมันจัดอยู่ใน sub-categorty เดียวกันแต่คนละ disorder ไม่รู้
ขอรอผู้รู้มายืนยันอีกรอบ เพราะมันถูกเลยเรื่องหลงตัวเอง, ถูกขัดใจเป็นไม่ได้,
กับ แพ้ไม่เป็น เนี่ย
แล้วไม่รู้ทำไมคนพวกนี้เก่งแต่ในกรอบโลกที่ปลอดภัยของตัวเอง
เช่น หลังหูโทรศํพท์ หรือ หน้าจอคอมพิวเตอร์ ซะด้วยสิ
ความจริงไม่ต้องไปบอร์ดอื่นไกลหรอก ในพันทิปเองคงมีเยอะอยู่
โดยเฉพาะกระทู้ยาว ๆ ที่ไปๆมาๆ เป็นการเถียงกันของคนไม่กี่คน
อ่านแล้วไม่ไหวจะเคลียร์ ... เห็น login แล้วไม่ไหวจะยุ่ง -____-"
หรือมันจัดอยู่ใน sub-categorty เดียวกันแต่คนละ disorder ไม่รู้
ขอรอผู้รู้มายืนยันอีกรอบ เพราะมันถูกเลยเรื่องหลงตัวเอง, ถูกขัดใจเป็นไม่ได้,
กับ แพ้ไม่เป็น เนี่ย
แล้วไม่รู้ทำไมคนพวกนี้เก่งแต่ในกรอบโลกที่ปลอดภัยของตัวเอง
เช่น หลังหูโทรศํพท์ หรือ หน้าจอคอมพิวเตอร์ ซะด้วยสิ
ความจริงไม่ต้องไปบอร์ดอื่นไกลหรอก ในพันทิปเองคงมีเยอะอยู่
โดยเฉพาะกระทู้ยาว ๆ ที่ไปๆมาๆ เป็นการเถียงกันของคนไม่กี่คน
อ่านแล้วไม่ไหวจะเคลียร์ ... เห็น login แล้วไม่ไหวจะยุ่ง -____-"
แรกเริ่มเดิมทีกับ Login ที่ว่าดู ๆ ไปเหมือนพวกป่วนเมืองเหมือนล่อเป้า แต่ว่ายิ่งนานวันเข้ารู้สึกว่ามันจริงจังจนเกินไป อ่าน ๆ ดูทีแรกผมก็เครียดตามเพื่อน ๆ หลายคนครับ อ่านไปมาก ๆ เข้าเริ่มรู้สึกว่าเค้าจะกลายเป็นตัวตลกประจำเว็บซึ่งตอนนี้ในห้องเกมของเว็บทุกคนคงรู้จักเค้าแล้ว บางทีก็สงสารครับ ( พักหลัง ๆ นี่เห็นเข้าหลายกระทู้เลย ) หลังจากที่ได้อ่านบทวิเคราะห์ข้างต้นคิดว่าเป็นอาการของคนบกพร่องหรือป่วยทางจิตเหมือนกับที่เอามาลงให้อ่าน
พฤติกรรมที่ตรงกันตามบทวิเคราะห์คือ
1. Delusion ความเชื่ออย่างผิด ๆ ที่เปลี่ยนไม่ได้ (และไม่มีเหตุผล) ถ้าดูตามข้อนี้จะเห็นว่าเหตุผลที่เพื่อนในบอร์ดเราพิมพ์ยาว ๆ ไป เค้าไม่ได้รับฟังเลย
2. หลงตัวเอง (Narcissistic) นั่นคือเป็นนิสัยคิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองแน่กว่าคน มั่นใจในตัวเอง ชอบดูถูกคนอื่น (ดูจากเวลาคุยจะเห็นว่ามีลักษณะโอ่ ๆ เยอะ)
3. ไม่ชอบถูกขัดใจอย่างยิ่ง (การถูกขัดใจหรือดูถูกจะทำให้เสีย self และโกรธอย่างมาก) ซึ่งนิสัยคนกลุ่มนี้มักไม่ยอมแพ้ จะเอาให้ได้ตามที่ตัวเองต้องการ
ดูตามอาการข้างต้นแล้ว ใช่เลยครับ เงียบ ๆ ไปพักนึง แต่ช่วงนี้นี้หลายคนไปตั้งกระทู้แล้วเนื้อหาเหมือนจะไปปลุกสัญชาตญาณของเค้าให้ตื่นขึ้นมายังไงไม่รู้แฮะ ผมเตือนไว้ก่อนเลยว่าตอนนี้เรากำลังเจอกับคนป่วยทางจิตจริง ๆ อยู่นะครับ การที่ไปแหย่หรือไปขัดใจเค้ามาก ๆ จะทำให้เตลิดไปกันใหญ่ วิธีแก้ไขผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ถ้ารู้จักกันคงบอกให้ไปบำบัดโดยจิตแพทย์น่ะครับ แต่ถ้าอยู่แต่หลังเครื่องคอม ฯ ผมคงได้แต่บอกเพื่อนสมาชิกว่าอย่าไปยุ่งกับเค้าให้มากเพราะเอาน้ำมันไปราดเข้ากองไฟ ซึ่งคนที่จะโดนไฟนั้นทำร้ายก็คือตัวเค้าเอง เนื่องจากดูแล้วไม่มีอันตรายกับพวกเราเท่าไหร่นอกจากสร้างความรำคาญ อ้อ เกือบลืม อาการนี้เรียกว่า Delusional Disorder ครับ
อันนี้ลิงค์กระทู้ข้างต้น http://www.pantip.com/cafe/chalermth.../A7062080.html
ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนคงจะออกอาละวาดหนักหน่อยนะครับเพราะ GTA 4 ออก ยังไงพวกเราก็เตรียมรับมือไว้ด้้วย
ปล. ใครชอบ US Series แนวเดียวกับ CSI หรือ 24 ลองไปหา Criminal Mind มาดูนะครับ สนุกแล้วก็ได้เรียนรู้พฤติกรรมของผู้ร้ายในเรื่องด้วย

Comment